จุดเริ่มต้นของนักเล่นเครื่องเสียง
ลำโพง : จุดเริ่มต้นของนักเล่นเครื่องเสียง
ทุกวันนี้มีเครื่องเสียงมากมายหลายยี่ห้อผลิตออกมาให้นักเล่นได้เสียเงินซื้อ และรองรับกับตลาดหลายระดับ ตั้งแต่โลว์เอนด์ มิดเอนด์ จนถึงไฮเอนด์ นักเล่นเครื่องเสียงมือเก่าคงไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะเลือกซื้อ หรืออัพเกรดชุดเครื่องเสียง ว่าจะซื้อหรือจะเปลี่ยนลำโพงอะไร แอมป์อะไร เครื่องเล่นซีดีแบบไหน แม้กระทั่งสายสัญญาณหรือสายลำโพงตัวใดจะเข้าชุดกับเครื่องที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นมือใหม่การเลือกซื้อเครื่องเสียง เหมือนกับเดินเข้าไปในเขาวงกต ยิ่งอ่านหนังสือเครื่องเสียง ยิ่งสับสนว่าจะเลือกซื้อยี่ห้ออะไรแบบไหน เพราะมีตัวเลือกยิ่งมาก ก็มีหายข้อให้เลือก
ทุกวันนี้มีเครื่องเสียงมากมายหลายยี่ห้อผลิตออกมาให้นักเล่นได้เสียเงินซื้อ และรองรับกับตลาดหลายระดับ ตั้งแต่โลว์เอนด์ มิดเอนด์ จนถึงไฮเอนด์ นักเล่นเครื่องเสียงมือเก่าคงไม่มีปัญหาในเรื่องที่จะเลือกซื้อ หรืออัพเกรดชุดเครื่องเสียง ว่าจะซื้อหรือจะเปลี่ยนลำโพงอะไร แอมป์อะไร เครื่องเล่นซีดีแบบไหน แม้กระทั่งสายสัญญาณหรือสายลำโพงตัวใดจะเข้าชุดกับเครื่องที่มีอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็นมือใหม่การเลือกซื้อเครื่องเสียง เหมือนกับเดินเข้าไปในเขาวงกต ยิ่งอ่านหนังสือเครื่องเสียง ยิ่งสับสนว่าจะเลือกซื้อยี่ห้ออะไรแบบไหน เพราะมีตัวเลือกยิ่งมาก ก็มีหายข้อให้เลือก
ดังนั้นก่อนที่จะเลือกซื้อเครื่องเสียงสักชุด นอกจากจะศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ของสินค้าแล้ว สิ่งที่นักเล่นต้องรู้กับด้วยว่าตัวเราเองนั้นชอบอะไรแบบไหน สำหรับบทความนี้มือเก่าในเรื่องเครื่องเสียงอาจจะผ่านไปเลยก็ได้นะครับ เพราะผมตั้งใจที่จะปูพื้นให้ผู้อ่านที่เป็นมือใหม่ มีความเข้าใจตรงกันก่อน เหมือนการปรับฐานด้านความคิดให้มีเท่ากัน เมื่ออ่านในบทความต่อ ๆ ไปก็จะสามารถทำความเข้าใจได้ตรงกัน และง่ายที่จะทำความเข้าใจเพื่อนำไปใช้ในการตัดสินใจเล่นเครื่องเสียงอย่างถูกวิธีมีระบบ จะได้ไม่มีปัญหาที่พบบ่อย ๆ คือ “ทำไมฟังที่ร้านแล้วเสียงดี แต่พอยกกลับมาฟังที่บ้าน เสียงที่ได้ไม่เหมือนกับฟังที่ร้าน”
บทความนี้ผมจะเริ่มจาก Sound System ก่อนว่า ในชุดเครื่องเสียงของเรา เราจะให้ความสำคัญกับสิ่งไหนเป็นลำดับแรก แต่ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจว่าชุดเครื่องเสียงประกอบด้วยอะไรก่อน
1.ลำโพง 2.แหล่งขยายสัญญาณ เช่นอินทิเกรตแอมป์ หรือ พาวเวอร์แอมป์+ปรีแอมป์ 3.แหล่งกำเนิดโปรแกรม เช่นเครื่องเล่นซีดี เครื่องเล่นแผ่นเสียง เครื่องเล่นเทป เครื่องรับคลื่นวิทยุ 4.สายเชื่อมสัญญาณและสายลำโพง
Sound System ส่วนใหญ่ก็จะมีอุปกรณ์หลัก ๆ ดังที่กล่าวไปแล้ว ถ้าขาดข้อใดข้อหนึ่งไป ก็ไม่สามารถจะฟังเพลงหรือดนตรีใด ๆ ได้ ถ้าถามผมว่าจะให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากน้อยกว่ากัน ผมให้ความสำคัญทั้งสี่หัวข้อเท่าเทียมกัน ผมมีความเชื่อว่าอุปกรณ์หลักนั้นถ้ามีส่วนใดด้อยคุณภาพไปตัวใดตัวหนึ่ง ก็จะทำให้ชุดเครื่องเสียงของเรามีแสดงศักยภาพได้ไม่เต็มที่ หมายความว่า ต่อให้นักเล่นลงทุนกับลำโพงที่ดีที่สุด แต่ถ้าใช้แอมป์ที่พอขับเสียงได้ คุณก็ไม่สามารถได้ยินเสียงที่ดีที่สุดของแหล่งดนตรีนั้น ๆ จากลำโพงที่คุณลงทุนไป หรือถ้าลงทุนกับลำโพงกับแอมป์ที่มีคุณภาพ แต่แหล่งกำเนิดโปรแกรมของคุณเป็นเครื่องเล่นจากจีนแดงราคาถูก ก็คงไม่สามารถถ่ายทอดเสียงที่ดีออกมาได้เช่นกัน
แต่ว่าในชุดเครื่องเสียง “ลำโพง” เป็นตัวเดียวที่จะแสดงบุคลิกของเสียงได้ชัดเจนที่สุด มีนักเล่นเจนจัดท่านหนึ่งบอกว่า การเปลี่ยนลำโพง เท่ากับการเปลี่ยนบุคลิกของเสียงที่เราจะได้จากชุดเครื่องเสียงเดิม ๆ ของเรา ดังนั้นถ้าจะอัพเกรด การอัพเกรดลำโพงจึงได้เสียงที่เปลี่ยนไป แต่ผมมีความเห็นที่แตกต่างกันคือการอัพเกรดลำโพงกับชุดที่มีอยู่แล้วนี้ ไม่ใช่การอัพเกรดเพื่อคุณภาพที่ดีขึ้น แต่เป้นการเปลี่ยนแปลงแนวทางของเสียงจากชุดเดิมต่างหาก
ลำโพงมีความสำคัญมากสำหรับการเลือกซื้อชุดเครื่องเสียงของมือใหม่ เพราะการเลือกลำโพงที่ไม่ตรงกับความต้องการของผู้เล่น ก็จะทำให้เราไม่มีความสุขกับเสียงที่ได้ยิน เพราะบุคลิกของลำโพงมีผลมหาศาลในเรื่องรสนิยมต่อการฟัง เช่นถ้าคุณชอบฟังเพลงร็อค แต่คุณกลับไปซื้อลำโพงที่ไม่ค่อยมีเสียงเบส เครื่องเสียงของคุณก็อาจจะตอบสนองความต้องการนี้ไม่ได้ หรือถ้าคุณชอบฟังเพลงป๊อปหวาน ๆ คุณเลือกลำโพงที่ขับเสียงเบสเยอะ ๆ ต่อให้ใช้ลำโพงราคาแพง เสียงที่คุณต้องการก็ไม่เกิด
ส่วนใหญ่ผู้ผลิตลำโพงจะมีเทคนิคในการทำลำโพงที่แตกต่างกัน ตั้งแต่วัสดุที่ใช้ วงจรตัดความถี่ การสร้างตู้ การบุภายใน ล้วนแล้วแต่ให้บุคลิกที่แตกต่างกันไป ซึ่งแต่ละเทคนิคก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ออกแบบ ว่าเน้นรับใช้คนกลุ่มไหนบ้าง
สำหรับผม ผมจะแนะนำให้มือใหม่ในการเล่นเครื่องเสียง เลือกซื้อลำโพงเป็นลำดับแรก ก่อนที่จะซื้อแอมป์หรือเครื่องเล่นที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียง เพราะลำโพงจะแสดงบุคลิกที่ชัดเจนและแน่นอนที่สุดออกมา โดยเฉพาะแนวเสียงที่เป็นรสนิยมที่คุณชอบ เมื่อเราเลือกลำโพงได้แล้ว ค่อยหาแอมป์มาจับคู่กับลำโพง ซึ่งจะง่ายกว่าซื้อแอมป์ก่อนแล้วค่อยซื้อลำโพง เพราะบางครั้งลำโพงที่มีค่าความไวต่ำ เรายังพอหาแอมป์ที่มีกำลังขับสูง ๆ มาขับได้ แต่ถ้าเราซื้อแอมป์มาก่อน แอมป์ตัวนั้นมีกำลังขับ 50 วัตต์ ลำโพงที่เราต้องการจะจำกัดตัวเลือกลงไปมาก เท่ากับว่าเราจะเลือกได้เฉพาะลำโพงที่มีค่าความไวที่ค่อนไปทางสูง ซึ่งเราอาจจะหาลำโพงเสียงที่เราถูกใจไม่ได้เลย
ต่อไปนี้เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับลำโพงที่มือใหม่ต้องทำความเข้าใจว่าก่อนที่จะซื้อทุกครั้ง
1.FREQUENCY RESPONSE: ค่าความกว้างในการตอบสนองความถี่เสียง ลำโพงในปัจจุบันมักเน้นค่านี้กันมาก โดยให้มีความกว้างของการตอบสนองคามถี่ทุกย่านเสียง
2.Recommended Amplifier Power: คำแนะนำกำลังขับของแอมป์ที่ให้ผลดีที่สุดกับลำโพง เช่นบางเจ้าจะแนะนำว่าควรจะใช้แอมป์ที่มีกำลังขับระหว่าง 20-80 วัตต์เป็นต้น ผู้ซื้อจะสามารถหาแอมป์ที่มีกำลังขับตามเสปคนี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องแอมป์จะขับลำโพงนั้น ๆ ไม่ออกได้
3.SENSITIVITY: ผู้ผลิตบางรายอาจจะไม่ได้ให้คำแนะนำเรื่องกำลังขับต่ำสุดหรือสูงสุดมา แต่ค่าความไวของลำโพงจะทำให้เราสามารถประเมินได้ว่าลำโพงตัวนี้บริโภควัตต์แค่ไหน เช่น ลำโพง A มีค่าความไวที่ 87 db ต่อเมตร หมายความว่าลำโพง A อาจจะต้องใช้แอมป์ที่มีกำลังขับไม่ต่ำกว่า 50-100 วัตต์นั่นเอง ส่วนลำโพง B มีค่าความไวที่ 90 db ต่อเมตร แสดงว่ามีค่าความไวค่อนข้างสูง ผู้เล่นสามารถใช้แอมป์หลอดกำลังขับสัก 10-20 วัตต์มาเล่นก็ขับลำโพงชนิดนี้ได้
4.IMPEDANCE: ค่าความต้านทานของลำโพง ลำโพงส่วนใหญ่จะมีค่าความทานที่ 4 ohms , 6 ohms และ 8 ohms

ลำโพงแบบนี้ได้แนวเสียงคล้ายเวทีคอนเสิร์ต
ค่าสำคัญที่ต้องทราบก็มีคร่าว ๆ ก็มีประมาณนี้ครับ ส่วนค่าอื่น ๆ เช่นลำโพงมีขนาดเท่าไหร่ ลำโพงรุ่นนี้เป็นแบบสองทางหรือสามทาง เป็นแบบไบไวร์ หรือซิงเกิลไวร์ ทวีตเตอร์ทำจากวัสดุอะไรคงต้องศึกษากันเองนะครับ แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ที่ผู้เล่นต้องศึกษาก็คือสี่ตัวที่ว่านี้ เมื่อได้ค่าของลำโพงนี้แล้ว เราจึงสามารถตัดสินใจได้ว่าจะต้องเล่นแอมป์แบบไหนอย่างไร ซึ่งเราจะเลือกซื้อแอมป์ได้อย่างลงตัว
สำหรับคนที่หลงใหลแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ๆ อาจจะเป็นกลุ่มคนที่หาลำโพงคอมเมอร์เชียลเล่นยากที่สุด เพราะในปัจจุบันผู้ผลิตหันไปผลิตลำโพงประเภทดูหนังกันมากขึ้น ซึ่งบางครั้งทำให้คนชอบเสียงจากแอมป์หลอดต้องขวนขวายหาลำโพงที่มีค่าความไวสูงมาใช้ได้ยาก บางครั้งหาได้ แต่เสียงก็ไม่ถูกใจก็มีเยอะ ครั้นจะหาซื้อลำโพงที่มีความไวระดับ 95-100 db อาจจะต้องเจอราคาลำโพงมหาโหดก็เป็นได้ ซึ่งจุดนี้มีสองทางเลือกครับ ทางเลือกแรกคือหาแอมป์หลอดที่เป็นแบบพุชพูล ซึ่งให้กำลังขับได้มากตั้งแต่ 30-60 วัตต์ (กำลังแอมป์หลอดมากกว่าแอมป์โซลิตสเตจ) เท่านี้ก็มีความสุขกับลำโพงเสียงถูกใจกับแอมป์หลอดได้แล้ว ทว่าบางคนไม่ชอบแอมป์แบบพุชพูล ชอบแอมป์ซิงเกิลเอนด์ ที่มีกำลังขับน้อย ๆ ถึงจุดนี้นักเล่นอาจจะต้องเลือกที่สร้างลำโพงความไวสูงขึ้นมาฟังเองเสียแล้ว ดังนั้นทางเลือกที่สองนี้อาจจะดูหนักหนา แต่ก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อม สำหรับนักเล่นเครื่องเสียงหลอดที่ชอบความนุ่มของเสียงแล้ว แอมป์กำลังขับน้อย ๆ คือสวรรค์ดี ๆ นี่เอง ฉบับหน้าผมจะพาท่านไปทำลำโพงสำหรับใช้กับแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ๆ นะครับ และท่านจะได้สัมผัสแอมป์ที่มีกำลังขับเพียงสองสามวัตต์ ว่ามีเสียงเป็นอย่างไร กับลำโพงความไวสูงที่ลงทุนได้ในราคาไม่แพง
CD Rom Controller: DIY เครื่องเล่นซีดี แบบบ้าน ๆ
CD Rom Controller: DIY เครื่องเล่นซีดี
สำหรับคนบ้าแผ่นเสียงอย่างผมไม่ค่อยได้คิดถึงเครื่องเล่นซีดีเสียเท่าไหร่ จนกระทั่งวันหนึ่งเครื่องเล่นซีดีที่ใช้อยู่เริ่มเรรวนคืออ่านแผ่นไม่ได้ ทำยังไงก็ไม่ยอมอ่านแผ่นทั้งแผ่นแท้ลิขสิทธิ์หรือแผ่นผีหลอกหลอน เดาเอาว่าหัวเล่นมันคงพัง หรือไม่ก็มอร์เตอร์ลิ้นชักน่าจะกลับบ้านเก่า ครั้นจะหาเครื่องเล่นดีวีดีราคาถูกในท้องตลาดมาเล่นแทนก็ไม่ใช่เรื่องยาก ด้วยราคาค่างวดหนึ่งพันบาทยังมีเงินทอน แต่เครื่องเล่นดีวีดีเหล่านั้นเราทราบดีว่าไม่น่าท้าทายเลยแม้แต่น้อย แถมกิตติศัพท์ในเรื่องความคงทนถาวรของมันมีน้อยมาก โดยเฉพาะเครื่องเล่นดีวีดีจากจีนแดง เหมือนผลิตมาระบายอะไหล่ที่ไม่ได้มาตรฐานมากกว่าจะสร้างมาใช้งานจริง บางคนซื้อมาไม่ถึงเดือนก็พังคามือไม่เป็นท่า เมื่อพิจารณาเช่นนี้แล้วดูเหมือนทางเลือกในการหาเครื่องเล่นซีดีมาเล่นนั้นดูน้อยนิด ถ้ามีเงินหน่อยก็ซื้อเครื่องเล่นซีดีแพง ๆ มาเล่นก็ไม่ใช่แนวทางของนักดีไอวาย สุดท้ายจะทำอย่างไร เพราะถ้าจะทำเครื่องเล่นซีดีเล่นเอง สิ่งที่ขาดไม่ได้ก็คือตัวควบคุมนั่นเอง
ในตลาดบ้านเราเครื่องเล่นซีดีรอมหรือดีวีดีรอมมีวางขายทั่วไปในร้านขายคอมพิวเตอร์ ราคาค่างวดตัวนึงไม่กี่บาท ซีดีรอมถ้านำไปติดตั้งในคอมพิวเตอร์แค่ต่อสายคอนโทรลลงเมนบอร์ด ต่อไฟเข้าก็เล่นเพลงเล่นภาพได้ผ่านคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าเราจะนำมาใช้งาน โดยไม่นำมาใส่คอมพิวเตอร์เราต้องสร้างตัวควบคุมขึ้นมา เพราะไม่เช่นนั้นมันจะทำงานไม่ได้ ปัญหาก็คือตัวควบคุมซีดีรอมนั้นไม่ใช่ของหมู ๆ เลย ประการแรกเราต้องออกแบบวงจรเพื่อให้มันสามารถอ่านแผ่นซีดีให้ได้ ประการที่สองเราต้องสั่งงานให้มันเล่นเพลง หยุดเพลง และควบคุมการทำงานของมันเช่นเล่นเพลงถัดไป เล่นเพลงย้อนหลัง เปิดปิดถาด เปิดปิดเครื่อง ประการที่สามเมื่อออกแบบวงจรแล้วมันต้องสามารถใช้งานกับซีดีรอมได้อย่างหลากหลาย ดังนั้นอุปสรรคนี้เป็นเรื่องใหญ่พอสมควร การพัฒนาวงจรต้องควบคู่ไปกับอุปกรณ์ที่จะหาได้ในบ้านเราด้วย แม้ในตลาดดีไอวายออดิโอของฮ่องกงจะมีขายตัวคอนโทรลเลอร์ผ่านทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งไม่สะดวกเพราะถ้าซื้อมาแล้วเกิดมีปัญหาจะให้ใครช่วยแก้ไขคงยาก และเท่าที่ทราบยังมีปัญหาเรื่องบั๊คพอสมควร
สองสามเดือนนี้ถ้าใครเข้าไปเล่นในเวบไซต์ htg2.net ในห้อง Thai DIY Audio ก็คงจะเห็นความคึกคักของซีดีรอมคอนโทรลเลอร์ ซึ่งคุณเจนศิลป์ได้พัฒนาต่อยอดมาจากเวบไซต์ต่างประเทศ และนำมาเผยแพร่ให้เหล่าดีไอวายได้เล่นกันอย่างกว้างขวาง ยอมรับว่าตอนแรกผมไม่ได้สนใจเท่าไหร่เพราะอย่างที่กล่าวไปตอนต้น แต่พอเครื่องเล่นซีดีของผมเสีย ก็เลยคิดว่าน่าจะทำซีดีรอมเล่นเองแบบสนุก ๆ จึงสั่งชุดคิตมาทดลองดูว่ามันสามารถทำงานได้อย่างที่เราต้องหรือไม่
สำหรับชุดคิตนี้ประกอบไปด้วยแผ่น PCB ซึ่งลงอุปกรณ์มาอย่างเรียบร้อย (ถ้าใครอยากลงอุปกรณ์เองก็สามารถสั่งได้ครับ) จอแอลซีดี (LCD MODULE 2 LINE 20 CHARACTERS) รีโมต สายแพสำหรับเชื่อมต่อจากจาก PCB Controller และซีดีคู่มือการใช้งาน โดยมีออปชั่นภาคจ่ายไฟที่ต้องซื้อเพิ่ม ซึ่งผมถือว่าครบครันและสะดวกมากถ้าซื้อทั้งเซ็ต
มาเริ่มกันที่ภาคจ่ายไฟเสียก่อนนะครับ ภาคจ่ายไฟจะมีแต่แผ่น PCB เปล่า ๆ มาให้ เราต้องไปเดินซื้ออุปกรณ์มาลงเอง อุปกรณ์ส่วนใหญ่สามารถหาซื้อได้ที่บ้านหม้อทั้งหมดครับ อุปกรณ์ไม่มากนัก จะเลือกซื้ออุปกรณ์เกรดอะไรก็แล้วแต่ความสามารถของกระเป๋าเงิน ภาคจ่ายไฟมีภาค input สองชุดคือ 12-15 Vac กับ 6-9 Vac โดยมีภาค output ที่ 12 Vdc @ 1.5 A (มีสองเทอร์มินอลสำหรับจ่ายเข้าบอร์ดภาคซีดีรอมคอลโทรเลอร์และเข้าเครื่องเล่นซีดีรอม) และ 5 Vdc @1.5A ข้อควรระวังในการลงอุปกรณ์มีเพียง Heatsink ของ LM317 กับ TIP3005 อย่าให้สัมผัสกัน หรือแตะกับกราวด์เพราะจะทำให้ลัดวงจรได้ ตัว Heatsink อาจจะร้อนบ้างตามแรงดันของหม้อแปลง แต่ก็ไม่เป็นไรครับทดลองใช้งานติดต่อกันหลาย ๆ ชั่วโมงก็ไม่มีปัญหา
เมื่อลงอุปกรณ์แล้วลองจ่ายไฟเข้าวงจร และลองวัดไฟที่ภาคเอาท์พุต ถ้าอุปกรณ์ไม่มีปัญหาค่อยจ่ายไฟเข้าแผ่น PCBภาคคอนโทรลเลอร์และซีดีีรอม
คุณเจนศิลป์พัฒนาตัวคอนโทรลเลอร์จากซีดีรอมยี่ห้อ Asus เป็นหลัก แต่เท่าที่ลองดูสามารถใช้ได้กับซีดีรอมเกือบทุกยี่ห้อ จะมีฟังค์ชั่นบางฟังค์ชั่นที่อาจจะไม่ครอบคลุม ทว่าการใช้งานหลัก ๆ ยังใช้การได้โดยไม่มีอะไรติดขัด ในปัจจุบันตัวซีดีรอมอาจจะเริ่มหาซื้อได้ยากขึ้น เพราะผู้ผลิตซีดีรอมเน้นผลิตดีวีดีรอมซึ่งสามารถใช้งานได้กว้างขวางกว่า ตัวคอลโทรเลอร์ตัวนี้ก็สามารถใช้กับดีวีดีรอมได้เช่นกัน ดังนั้นผู้อ่านจะซื้อซีดีรอมหรือดีวีดีรอมมาใช้ก็ขึ้นอยู่กับความสะดวกในการหาซื้อ และราคาทั้งสองผลิตภัณฑ์ก็ไม่ต่างกันมาก
ภาคจ่ายไฟพร้อม ซีดีรอมพร้อม ก็เริ่มต่อไฟ 12-15 Vdc (หรือ ac สำหรับคนที่ไม่ได้ใช้ภาคจ่ายไฟ) เข้าที่ตัวบอร์ดคอนโทรลเลอร์ โดยไม่ต้องคำนึงถึงขั้วบวกลบเพราะมีบริดไดโอดคอยจัดเรียงกระแสเอาไว้แล้ว ตัวบอร์ดคอนโทรลเลอร์ต้องการกระแส 70 mA ขณะที่ใช้งาน และ 30mA ขณะสแตนด์บาย ดังนั้นก่อนใช้งานควรตรวจสอบแหล่งจ่ายแสก่อนนำมาใช้
การต่อสายเคเบิล 16-Conductors Cable จากตัวคอนโทรลเลอร์ ไปยังจอแอลซีจะต้องระมัดระวังเป็นอย่างมาก เพราะจอแอลซีดีจะเสียทันทีถ้าต่อสายไฟเลี้ยงผิดขั้ว ขั้วต่อสายเคเบิลที่อยู่บนตัวแอลซีดีโมดูลเป็นแบบ Pin 2 Row ไม่ใช่ Box Header การต่อจึงต้องสังเกตให้ดี ข้อสังเกตที่ชัดเจนที่สุดก็คือสายเคเบิลด้านที่มีคาดสีแดงจะเป็นขาหนึ่ง ซึ่งจะต้องตรงกับขาหนึ่งในแอลซีดีโมดูลเสมอ จุดนี้ไม่ต้องกลัวนะครับ เพราะในคู่มือที่ให้มาจะมีรูปภาพในการต่อสายที่ถูกวิธีอย่างชัดเจน
เมื่อต่อสายเคเบิลที่แอลซีดีโมดูลเสร็จ ต่อไปก็มาเซ็ตอัพที่ตัวซีดีรอม ท่านผู้อ่านสามารถต่อสายสัญญาณเข้าแอมป์ได้เลย โดยต่อสายออกจากช่อง Analog ไปที่ขั้ว RCA หรือถ้าจะใช้ DAC (Digital To Analog) ก็สามารถต่อสายจากช่องสัญญาณ Digital ไปที่ DAC และ DAC ไปที่แอมป์ได้เลย และการเซ็ตจัมป์เปอร์ต้องอยู่ในช่อง Master ซึ่งโดยปกติเมื่อซื้อซีดีรอมมาแล้วจะเซ็ตจัมป์เปอร์ที่มาสเตอร์อยู่แล้ว ซีดีรอมยี่ห้ออื่น ๆ อาจจะมีความแตกต่างกันบ้างแต่ก็เซ็ตให้เรียบร้อยตามขั้นตอนก่อน จากนั้นก็ต่อสายเคเบิลจากคอลโทรลเลอร์มายังด้านหลังซีดีรอม เป็นอันเสร็จสมบูรณ์เสียบปลั๊กเปิดไฟก็สามารถใช้งานได้
ขั้นตอนต่อไปเป็นการทดสอบการทำงานของตัวคอนโทรเลอร์กับรีโมตคอนโทรล ผมจ่ายไฟเข้าหม้อแปลง โดยทำสวิส์ทเปิดปิดอยู่ด้านหลัง เมื่อเปิดสวิส์ทไฟจะจ่ายเข้าไปสู่ตัวคอนโทรลเลอร์ ตัวคอนโทรลเลอร์จะเปิดขึ้นอยู่ในโหมดสแตนด์บาย ไฟสีแดงบนตัวคอนโทรลเลอร์จะติด ถ้าต้องการใช้ก็ต้องกดที่ปุ่ม on/off ที่รีโมต หรือกดที่ปุ่มเปิดปิดบนตัวคอนโทรลเลอร์ จากนั้นสั่งเปิดถาดซีดีรอม โดยกดที่ปุ่ม CD บนรีโมต เมื่อใส่แผ่นซีดีเพลงลงไป และปิดถาด ตัวคอนโทรลเลอร์จะใช้เวลาสักสองสามวินาทีในการอ่านแผ่น เมื่ออ่านแผ่นได้ตัวแอลซีดีโมดูลจะอ่านจำนวนแทรค และเวลาทั้งหมดของซีดีเพลง
ปุ่มสำคัญบนรีโมตสามารถใช้งานได้ทั้งหมดตั้งแต่ปุ่ม Play/Pause/Stop/Next Track/Previous Track และกดปุ่มเลือกเพลง เมื่อเพลงจบแผ่นคอนโทรลเลอร์ถูกตั้งให้ย้อนกลับไปเล่นเพลงแรกใหม่ นอกจากนั้นยังสามารถปรับลดเพิ่มความสว่างของหน้าจอแอลซีดีด้วยการปรับที่ตัว VR บนบอร์ดคอนโทรลเลอร์ ตัวรีโมตนี้อาจจะใช้งานแตกต่างหรือสลับกันบ้างถ้าเล่นกับเครื่องเล่นซีดีรอมยี่ห้ออื่นที่ไม่ใช่ Asus แต่เท่าที่ลองคอนโทรลตัวหลัก ๆ ใช้งานได้โดยไม่มีอะไรผิดพลาด
จากการทดลองเล่นอย่างต่อเนื่องนานหลายชั่วโมง ก็พบว่าไม่เกิดปัญหาแม้จะเป็นอาการความร้อน (ที่ร้อนเกินไป) หรือมีอาการแฮงค์แต่อย่างใด แต่ทางผู้ผลิตแนะนำว่าถ้าเกิดอาการผิดปกติในส่วนใดให้ลองตรวจสอบว่าสายเคเบิ้ลมีการต่อที่ผิดพลาดหรือไม่ หรือถ้าแอลซีดีมีอาการอ่านแผ่นแปลก ๆ แล้วเครื่องเล่นซีดีรอมยังอ่านแผ่นอยู่ก็ลงปิดไฟแล้วเปิดใหม่
ตอนที่ผมทดลองฟัง รู้สึกว่าการต่อสายอนาล็อคตรงไปยังแอมป์ เอาท์พุตจากซีดีรอมค่อนข้างต่ำ ยิ่งผมใช้แอมป์หลอดด้วยแล้วยิ่งรู้สึกว่าต้องบิดโวลุ่มค่อนข้างมากทีเดียวกว่าจะถึงความดังในระดับที่ฟังปกติ ผมจึงใช้ปรีแอมป์โดยตัดโวลุ่มปรีแอมป์ออก ต่อสัญญาณอินพุตเข้าไปขยายโดยตรงไม่ต้องผ่านโวลุ่ม นำสัญญาณอนาล็อคจากซีดีรอมต่อไปยังปรีแอมป์ จากนั้นค่อยต่อสายสัญญาณจากปรีแอมป์ไปยังอินทิเกรดแอมป์พบว่าได้สัญญาณเสียงที่ดังขึ้น ถ้าต่อลักษณะนี้ความโปร่งของเสียงแหลมสูญหายไปพอสมควร แต่แลกกับอาการอั้น ๆ ของเสียงที่ได้ในตอนต่อตรง ผมคิดว่าคุ้มกว่ากันมาก บางทีอาจจะต้องหาปรีแอมป์ที่มีคุณลักษณะเสียงใสกว่านี้มาขยายสัญญาณอนาล็อคจากซีดีรอม ก็น่าจะทำให้ได้เสียงที่น่าฟังขึ้น
จากนั้นผมลองเอาแผ่นดีวีดีไปใส่ในดีวีดีีรอม ก็พบว่าตัวคอนโทรลเลอร์นั้นสามารถอ่านจำนวนแทรคและเวลาทั้งหมดของแผ่นได้ แต่ไม่สามารถแปลงข้อมูลออกมาทางช่องอนาล็อค ยังไม่พอผมลองเอาแผ่นซีดีเอ็มพีสามไปใส่ในซีดีรอม คอนโทรลเลอร์ก็ยังคงอ่านจำนวนแทรคและเวลาได้ แต่แปลงข้อมูลไม่ได้ เป็นเพราะว่าถ้าต้องการอ่านดีวีดี หรือเอ็มพีสาม จะต้องปรับปรุงตัวบอร์ดใหม่ โดยบบรรจุโปรแกรมสำหรับอ่านข้อมูลดีวีดีหรือเอ็มพีสามเข้าไปซึ่งถ้าทำแบบนี้ก็คงต้องอาศัยการพัฒนาที่เป็นระบบ และงานใหญ่พอสมควรซึ่งผมคิดว่าในอนาคตถ้าเครื่องไม่เครื่องมือและอุปกรณ์พัฒนามากขึ้น เราคงได้ทำดีวีดีแฃะเครื่องเล่นเอ็มพีสามเล่นกันเองได้อย่างแน่นอน แล้วก้ขึ้นอยู่กับว่าถ้ามีคนมาต่อยอดการวิจัยเหล่านี้ความรู้ก็จะเพิ่มพูนมากขึ้น
ซีดีรอมคอนโทรลเลอร์ตัวนี้ทำให้การเล่นซีดีกลับมามีรสชาติอีกครั้ง แม้จะเทียบกับการซื้อเครื่องเล่นซีดีมียี่ห้อ หรือเครื่องเล่นดีวีดีอาจจะให้เสียงได้ไม่เทียบเท่า แต่ผมคิดว่ามันเป็นการเริ่มต้นที่ดี ผมยังไม่ได้ลองต่อเข้ากับ DAC ว่าจะได้เสียงที่เหนือขึ้นไปกว่าต่อจากช่องอนาล็อคเพียงใด แต่เสียงที่ได้ขนาดนี้ก็ถือว่าน่าพอใจในระดับหนึ่ง แถมเรายังดัดแปลง (Tweak) การใช้งานได้หลากหลายด้วย สำหรับงบประมาณตัวคอนโทรลเลอร์ทั้งชุดและภาคจ่ายไฟ โดยไม่รวมหม้อแปลงและซีดีรอมไม่น่าจะเกิน 2,000 บาท
ท่านที่สนใจซีดีคอนโทรลเลอร์ลองติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่คุณเจนศิลป์ อัคศิริพิพัฒน์กุล ที่อีเมล์ geforce4ti4600@hotmail.com หรือเข้าไปศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ซีดีรอมคอนโทรเลอร์
Fostex 103 และ 126

Fostex 126E
เป็นที่ทราบกันดีว่า คนที่พิสมัยแอมป์หลอด โดยเฉพาะแอมป์หลอด Single Ended ซึ่งมีกำลังขับตั้งแต่ไม่ถึงวัตต์ จนถึง 4 วัตต์ มักจะมองหาลำโพงที่มีความไวอย่างน้อย 89 dB/Watt/เมตร มาเล่น เพื่อที่แอมป์หลอดจะได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ลำโพงที่มีความไวมาก ก็มักจะตามมาด้วยราคาที่แพงมากเป็นเงาตามตัว แต่นักเล่นแอมป์หลอดวัตต์ต่ำก็ยังพอมีทางเลือก โดยเฉพาะลำโพง Fostex รุ่น 103 กับ 126 ซึ่งมีราคาย่อมเยาว์ ต้นทุนในการทำมาประกอบเล่นรวมไดร์ฟเวอร์ของลำโพงและตัวตู้แล้วน่าจะมีราคาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อเทียบคุณภาพเสียงกับเงินที่จ่ายไปแล้วย่อมคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ยิ่งถ้าใครมีฝีมือในเชิงช่างไม้ ก็จะยิ่งสะดวกสบายขึ้นไปอีก
ผมได้เอาแบบตัวตูลำโพงฟอสเท็ค 103 และ 126 มาฝาก เผื่ท่านจะนำไปต่อเล่นให้สบายอุรา





