PaganiniBlog

Small Story

Beethoven: The Middle String Quartets

leave a comment »

Juilliard String Quartet

 

Beethoven: The Middle String Quartets

Juilliard String Quartet

 

บีโธเฟ่นประพันธ์ String Quartet เอาไว้มากมายถึง 16 หมายเลขด้วยกัน นักวิชาการดนตรีได้แบ่งช่วงเวลางาน (Periods) ของบีโธเฟ่นออกเป็นสามยุคได้แก่ Early (1770-1802) Middle (1803-1814) และ Late (1815-1827) ลักษณะการแบ่งงานงานตามช่วงเวลาย่อมอิงกับการพัฒนาทางด้านดนตรีและการประพันธ์เป็นสำคัญ โดยเฉพาะการพัฒนางานประพันธ์ของบีโธเฟ่นนั้นมีความก้าวหน้าอย่างเด่นชัด ผลงานในช่วงแรกของบีเฟ่นยังอยู่ในกรอบธรรมเนียมของการประพันธ์ดนตรีในยุคนั้น แต่เมื่อเข้าสู่ยุคกลางบีโธเฟ่นได้ค้นพบเสียง และสำเนียงของตนเอง บทประพันธ์หลายบทกลายเป็นการปฏิวัติทางด้านดนตรีมาจนถึงปัจจุบัน

            สำหรับ The Middle String Quartet ชุดนี้มีซีดีด้วยกันสามแผ่น รวบรวมผลงาน String Quartet ในยุคกลางเอาไว้ทุกเพลง สำหรับสตริงคว็อตเต็ตในยุคกลางแบ่งออกเป็นสองกลุ่มด้วยกัน กลุ่มแรกเป็นคว็อตเต็ต Opus 59 อันประกอบไปด้วยคว็อตเต็ตหมายเลข 7, 8 และ 9 คว็อตเต็ตในกลุ่มนี้จะเรียกกันว่า Rasumovsky

            Rasumovsky คือ Prince Andreas Rasumovsky เป็นเอกอัครราชทูตจากรัสเซียประจำกรุงเวียนนา สามคว็อตเต็ตแรกในยุคกลางของบีโธเฟ่นเป็นการรับจ้างประพันธ์ให้กับเจ้าชายแห่งรัสเซีย ศิลปินในสมัยนั้นได้รับการอุ้มชูจากคนในราชวงศ์ งานเลี้ยงสังสรรค์จะต้องมีดนตรีบรรเลง เป็นค่านิยมในหมูชนชั้นปกครอง แต่กระนั้นการที่ศิลปินมีเจ้านายอุ้มชูก็มีส่วนดีคือทำให้คีตกวีได้สร้างสรรค์ผลงานโดยไม่ต้องคำนึงถึงปากท้อง แต่ข้อเสียต้องประพันธ์เพลงเอาใจเจ้านายเป็นสำคัญจึงจะอยู่รอด แต่เท่าที่ผมอ่านประวัติคีตกวีที่สำคัญส่วนใหญ่จะไม่อ่อนข้อให้กับคนจ้าง มากกว่าความปรารถนาของตนจากเสียงภายใน แล้วคนในกลุ่มไม่อ่อนข้อต่อเจ้านายก็มีบีโธเฟ่นรวมอยู่ด้วย

 

Beethoven    

       

คว็อตเต็ตหมายเลข 7 ยังคงรูปแบบของคว็อตเต็ตในยุคแรกของบีโธเฟ่นเอาไว้พอสมควร มูฟเม้นต์แรกเปิดด้วยท่วงทำนองร่าเริง ก่อนจะเปลี่ยนบุคลิกในมูฟเม้นต์ที่สอง ด้วยท่วงทำนองสวยงามลื่นไหล และปิดท้ายมูฟเม้นต์ที่สี่ด้วยสำเนียงเพลงในแบบรัสเซีย คว็อตเต็ตหมายเลข 8 มูฟเม้นต์แรกเปิดด้วยความรื่นเริงโหมประโคมหนักหน่วง หนังสือที่เขียนเกี่ยวกับบีโธเฟ่นเขียนเอาไว้ว่า คว็อตเต็ตหมายเลขนี้ทำให้ Rasumovsky ถึงกับอึ้งและกล่าวโทษบีโธเฟ่นว่าไม่มีกาลเทศะ อาจจะเป็นเพราะความไม่คุ้นเคยกับท่วงทำนองอันแหวกแนวของบีโธเฟ่นนั่นเอง จึงทำให้ Rasumovsky ถึงกับเอ่ยเช่นนั้นออกมา แต่ต้องบอกว่างานคว็อตเต็ตในยุคกลางของบีโธเฟ่นเป็นจุดเริ่มต้นของสารัตถะทางด้านดนตรีอย่างดีเยี่ยม เพราะไม่เพียงแต่แนวเสียงประสานจะยอดเยี่ยมแล้ว เนื้อหาของดนตรีและเทคนิคล้วนแล้วแต่ได้รับการพัฒนาถึงขีดสุดที่นักดนตรีจะสามารถเล่นหรือแสดงออก

            คว็อตเต็ตหมายเลข 9 อันเป็นพระเอกของผม เหมือนว่าอะไรที่เป็นหมายเลข 9 ของบีโธเฟ่นจะกลายเป็นเลขขลังไปเสียแล้ว มูฟเม้นต์แรกขึ้นต้นความขรึมเศร้า ก่อนจะเข้าสู่ความร่าเริง มูฟเม้นต์ที่สอง อันเป็นมูฟเม้นต์ที่ผมคิดว่าท่วงทำนองไพเราะมาก ๆ เริ่มด้วยเสียงดีดสายเชลโลล้อกับเสียงไวโอลินและวิโอลา สำเนียงแบบเพลงพื้นบ้านที่เล่นได้เขร่งขรึมเศร้า ช่วงกลางมีความสว่างไสวขึ้น ก่อนเข้าสู่ท่วงทำนองหลักที่เชื่องช้า ราวกับตั้งคำถามถึงความเป็นไป มูฟเม้นต์ที่สามเริ่มกลับสู่ความคลี่คลายอีกครั้ง มูฟเม้นต์สุดท้ายเริ่มด้วยจังหวะเร็วปานกลาง ก่อนจะโหมด้วยความเร็วปานพายุ เป็นมูฟเม้นต์ที่เล่นยากเอาการครับ จังหวะการสีทั้งเชลโลไวโอลินนั้นเร็วมาก แฟนเพลงขาหฤโหดพลาดไม่ได้เด็ดขาด และแผ่นซีดีชุดนี้เป็นบันทึกการแสดงสด หลังจบเพลงเราจะได้ยินเสียงปรบมือของผู้ชม ถ้าวัดเสียงปรบมือในแต่ละเพลง  หมายเลขเก้านั้นดังที่สุดครับ

            มาถึงแผ่นสุดท้ายที่รวบรวมสตริงคว็อตเต็ตยุคกลางของบีโธเฟ่นที่เหลือคือหมายเลข 10 Opus ที่ 74 และหมายเลข 11 Opus ที่ 95

            หมายเลข 10 มีชื่อเล่นว่า The Harp ส่วนหมายเลข 11 มีชื่อว่า Serioso หรือในภาษาอังกฤษ Serious ผมฟังแล้วสองคว็อตเต็ตนี้มีความเป็นบีโธเฟ่นสูงกว่าคว็อตเต็ตในกลุ่ม Rasumovsky เป็นเพราะว่าบีโธเฟ่นมีความเป็นอิสระในการประพันธ์มากกว่า งานสองชิ้นนี้เข้าถึงจุดสูงสุดของการประพันธ์สตริงคว็อตเต็ต คือเข้าถึงกลางใจเนื้อหาสาระที่หนักหน่วง ครุ่นคิด เป็นเพลงที่รำพึงถึงความตาย ความเศร้า และความหมองหม่น แม้จะฟังยากแต่ด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะในแบบบีโธเฟ่นก็ยังไม่ละทิ้งเมโลดี้สวยงาม รวมถึงเทคนิคทางด้านดนตรี

            ตอนที่ผมเลือกซื้อแผ่นซีดีชุดนี้ ก็ไม่ได้หวังว่าจะได้แผ่นที่บันทึกเสียงดี ต้องการเพียงแผ่นที่รวมสตริงคว็อตเต็ตของบีโธเฟ่นแบบครบชุด แต่เมื่อเปิดฟังก็พบว่าอัดเสียงดีใช้ได้เลย ดูจากภาพด้านในปก บันทึกเสียงโดยใช้ไมค์สองตัวตั้งอยู่เหนือเวทีการแสดง และอีกตัวอยู่ใกล้เชลโล บางจังหวะได้ยินเสียงกุกกิกจากฝั่งผู้ชมด้วย ทำให้บรรยากาศของการบันทึกเสียงน่าฟังขึ้นไปอีก การไม่ตัดเสียงบรรยากาศออกไปในขั้นรีมิกซ์ทำให้ปลายเสียงแหลมไม่ขุ่นมัว เสียงกลางสะอาด ส่วนวง Juilliard String Quartet เป็นวงคว็อตเต็ตที่มีชื่อเสียงมากที่สุดวงหนึ่งของโลก ก่อตั้งวงมาตั้งแต่ปี 1964 นักดนตรียุคก่อตั้งวงคือ โรเบิร์ต มานน์ (ไวโอลิน) และโรเบิร์ต คอฟฟ์ แต่แผ่นซีดีชุดนี้ โรเบิร์ต มานน์ เล่นไวโอลินที่หนึ่ง ส่วนเอิร์ล คาร์ลิช เล่นไวโอลินที่สอง ซามูเอล รอห์ด เล่นวิโอลา และโจเอล ครอสนิค เล่นเชลโล ทีมเวิร์คของวงถือว่าไม่มีที่ติครับ

 

Music: 9

Sound: 9

 

Written by Niwat Puttaprasart

มิถุนายน 6, 2008 ที่ 1:39 am

Leave a Reply