Paganini Blog

Small Story

ทดสอบลำโพง Fostex 126E กับตัวตู้ 103

ผมเคยต่อตัวตู้ลำโพงFostex 103 แล้วนำดอกลำโพง Fostex 126e ไปสวม ทดสอบคราวนั้นผมเคยเขียนเอาไว้ในเวบ htg2.net ผมลองเสิร์ทข้อมูลในเวบ จากนั้นเอามาต่อหันกลายเป็นรีวิวในข้อความในบทความนี้ ส่วนท่านที่จะเข้าไปชมความเห็นอื่น ๆ ในหน้าเวบนี้ก็ลองคลิกที่นี่นะครับ คลิกที่นี่

ตอนนี้ 126E ที่ผมสั่งมาจาก Madisound เดินทางมาถึงผมแล้วครับ เหลือแต่ตัวตู้น่าจะได้ประมาณอาทิตย์หน้า

สายไวริ่งผมมองที่ Cardas แต่ราคาสูงไปหน่อยหรือเปล่า อีกตัวคือ Canare ครับ

ผมลองเสียงไปจี๊ดนึงแบบเปลือย ๆ เข้าท่าเหมือนกันครับ

Fostex 126E

Fostex 126E

ลำโพงญี่ปุ่น ผลิตในจีน

ลำโพงญี่ปุ่น ผลิตในจีน

ด้านหลังลำโพง

ด้านหลังลำโพง

ไปรับตัวตู้มาแล้วครับ สีสวยกว่าที่คิดเอาไว้มาก ทำจากไม่ MDF ไม่ปะผิวไม้จริง ทาสีออกเหลืองส้มสวยไปอีกแบบ

ตัวตู้เปล่า

ตัวตู้เปล่า

แม้จะออกเรียบ ๆ แต่งานไม้เรียบร้อยสวยงามครับ ผมชอบให้มันเรียบ ๆ ครับ ตกแต่งไม่ต้องมากแต่ดูดี

แม้จะออกเรียบ ๆ แต่งานไม้เรียบร้อยสวยงามครับ ผมชอบให้มันเรียบ ๆ ครับ ตกแต่งไม่ต้องมากแต่ดูดี

ประกอบเสร็จแล้วครับ แทบตายเหมือนกัน ตอนแรกก็ระวังกลัวตัวตู้ถลอก แต่พอทำไปทำมามันเบาไม่ได้ครับ ทั้งจับตั้ง จับตะแคงซ้าย ตะแคงขวา ไม่งั้นมันไม่ถนัดครับ นับเวลาที่ทำแล้วประมาณหกชั่วโมงครับ  รูดซิป ไม่สงสัยแล้วว่าลำโพงไฮเอ็นด์ทำไมมันแพงจัง ค่าแรงนี่เอง

ตัวตู้เมื่อประกอบเสร็จแล้ว

ตัวตู้เมื่อประกอบเสร็จแล้ว

สายไวริ่งเป็นคาดาสครับ ไบดิ้งโพสต์ก็เป็นคาดาส สายแข็งพอสมควร แล้วก็ใหญ่ด้วย พอตัดสั้นมันก็เลยงอไม่ค่อยได้ ตอนยัดเข้าไปเนี่ยต้องหาจังหวะดี ๆ ไม่งั้นยัดไม่เข้า

ด้านในผมใช้ใยสีขาวบุเอาไว้ ลองดูว่าเสียงมันจะเป็นอย่างไร ถ้าเบิร์นแล้วมันไม่ดีอาจจะต้องแกะเอาออกมา แต่ตอนนี้ขอฟังก่อนว่าเป็นไง

มองจากด้านข้าง

มองจากด้านข้าง

หนึ่งแบกขึ้นไปฟังที่ห้องนอน ตอนนั้นก็เริ่มง่วงแล้วครับ แต่ยังไงขอฟังแนวเสียงของมันก่อน

ผมใช้พาวเวอร์ 211 ของทีเอส ก็เป็นชุดที่ใช้ขับเจ้า Mozart นี่แหละครับ ห้องฟังปัจจุบันเป็นห้องนอนด้วย มันค่อนข้างใหญ่ ผมเกรงว่าเมื่อเอา 126 ไปฟังอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การตั้งลำโพงก็ยังไม่ได้จูนหาตำแหน่งของมัน คือเอาไปตั้งข้าง ๆ เจ้าโมสาร์ทแล้วก็เอียงทำมุมโทอินเข้ามา ตั้งเสร็จก็เสียบสายลำโพงเปิดเพลงที่ผมคุ้นเคยฟังก่อนเลยครับ

โอ…เสียงแซกโซโฟนใช้ได้เลยครับ เสียฉาบก็เยี่ยม ติดตรงเสียงดับเบิลเบสหายเลยครับ แม้เพิ่งจะเปิดยังเบิร์นไม่ได้ที่ แต่มีแนวโน้มในทางที่ดีครับ

ผมเปลี่ยนไปฟังเพลงร้อง นอราห์ โจนส์ ชุดที่สอง ซึ่งแผ่นนี้เสียงอัดแผ่นจะออกขุ่น ๆ มัว ๆ แต่เสียงนอราห์ดีมากครับ เสียงเบสในชุดนี้มีให้ได้ยินมากกว่าเสียงดับเบิลเบส

เมื่อเช้าเปิดฟังอีกรอบ เปิดดังขึ้น ผมว่าพอเร่งดัง ๆ อาการขุ่น ๆ ของเสียงแสดงออกมาให้ได้ยิน

ปกติชุดนี้ถ้าใช้โมสาร์ทผมจะเปิดความดังประมาณที่ 11 นาฬิกา (ถ้าฟังแบบมัน ๆ นะครับ)

แต่ 126 ผมเปิดแค่แปดถึงเก้านาฬิกาก็ดังมากแล้ว

ชุดที่ใช้ทดสอบเสียง

ชุดที่ใช้ทดสอบเสียง

ไบดิ้งโพสต์อยู่ด้านข้าง

ไบดิ้งโพสต์อยู่ด้านข้าง

เทียบกับลำโพงโมเสาร์ท

เทียบกับลำโพงโมเสาร์ท

เทียบกับเจ้าโมสาร์ท รูปร่างเตี้ยกว่า แต่ขนาดความกว้างสูสี

สรุปแล้วเปิดฟังแค่ 2 ชั่วโมง พอใจกับเสียงที่ได้มากครับ หวังว่าเบิร์นสัก 100 ชั่วโมงความใส ความกรุ๋งกริ๋งของมันน่าจะเปิดเผยกว่านี้

เสียงฉาบใช้ได้เลยครับ แต่ยังออกอาการขุ่น ๆ นิด ๆ

แต่เสียงกลางที่ผมหวังเอาไว้รู้สึกดีอย่างที่หวังครับ โดยเฉพาะเสียงแซกฯ เครื่องดนตรีที่ผมชอบ มันได้บรรยากาศแตกต่างจากที่เคยได้ยินตามลำพงทั่วไปครับ

ตอนอยู่ในช่วงเบิร์น เสียงแหลมยังไม่ค่อยเปิดเท่าไหร่ ช่วงวันสองวันนี้ผมเปิดเฉลี่ยวันละไม่กี่ชั่วโมงเอง เพราะมีเวลาแค่ตอนช่วงหัวค่ำ แถมเป็นแผ่นเสียงด้วย ปล่อยให้มันเปิดเองแบบซีดีไม่ได้ เดี๋ยววันอาทิตย์อาจจะยกลงมาเบิร์นกับรีเซิร์ฟเวอร์

ผมชอบช่วงการเบิร์นมากครับ เพราะจะได้ยินพัฒนาการของเสียง เหมือนค่อย ๆ มองเด็กที่ค่อย ๆ โตขึ้น (ผมจึงไม่ค่อยชอบเครื่องประเภทช่วยเบิร์นสาย)

อีกประเด็นคือการเบิร์นตัวตู้นั้นผมมีความเห็นเหมือนคุณกล้าครับ อย่างแรกคือตัวตู้เพิ่งทาสีมา การคายตัวของสี และไม้อาจจะยังไม่เข้าที่ ซึ่งต้องกินเวลาพอสมควร (เมื่อไหร่ก็ไม่รู้)

สิ่งที่ผมหวังเอาไว้หลังเบิร์นคือ เสียงแหลมเปิดเผยมากกว่านี้ (แต่การใช้สาย Cardas อาจจะทำให้เสียงแหลมไม่ถึงกับเป็นประกายมากนัก)

====================

ลำโพง Fostex 126E เป็นลำโพงที่น่าใช้ ราคาประหยัด ให้ซุ่มเสียงกลางที่ฟังเป็นธรรมชาติ หากผู้เล่นไม่คิดเน้นเรื่องเสียงเบสที่โหมใหญ่ และต้องการมองหาลำโพงที่จะเล่นกับแอมป์วัตต์ต่ำ ๆ 126E เป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัวหนึ่ง

Filed under: Audiophile, Loudspeaker , , , , , , , , , , ,

Fostex 103 และ 126

Fostex 103

Fostex 103

Fostex 126E

Fostex 126E

เป็นที่ทราบกันดีว่า คนที่พิสมัยแอมป์หลอด โดยเฉพาะแอมป์หลอด Single Ended ซึ่งมีกำลังขับตั้งแต่ไม่ถึงวัตต์ จนถึง 4 วัตต์ มักจะมองหาลำโพงที่มีความไวอย่างน้อย 89 dB/Watt/เมตร มาเล่น เพื่อที่แอมป์หลอดจะได้ทำหน้าที่ของมันอย่างเต็มประสิทธิภาพ ลำโพงที่มีความไวมาก ก็มักจะตามมาด้วยราคาที่แพงมากเป็นเงาตามตัว แต่นักเล่นแอมป์หลอดวัตต์ต่ำก็ยังพอมีทางเลือก โดยเฉพาะลำโพง Fostex รุ่น 103 กับ 126 ซึ่งมีราคาย่อมเยาว์ ต้นทุนในการทำมาประกอบเล่นรวมไดร์ฟเวอร์ของลำโพงและตัวตู้แล้วน่าจะมีราคาไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท เมื่อเทียบคุณภาพเสียงกับเงินที่จ่ายไปแล้วย่อมคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ยิ่งถ้าใครมีฝีมือในเชิงช่างไม้ ก็จะยิ่งสะดวกสบายขึ้นไปอีก

ผมได้เอาแบบตัวตูลำโพงฟอสเท็ค 103 และ 126 มาฝาก เผื่ท่านจะนำไปต่อเล่นให้สบายอุรา

แบบตัวตู้ Foatex 103

แบบตัวตู้ Foatex 103

แบบตัวตู้ลำโพง Fostex 126

แบบตัวตู้ลำโพง Fostex 126

Filed under: Audiophile, Loudspeaker , , , , , ,

Fostex 126 Full Version

Fostex 126 E Full Version

อ่านตอนแรก

Fostex 126

หลังจากที่ต่อตัวตู้สำหรับลำโพง Fostex ตามแบบดอกลำโพงรุ่น 103E โดยนำตัว Driver 126E ใส่ไปเมื่อหลายเดือนก่อน ผมยอมรับว่าเสียงของมันที่ผมคิดในใจคือมันรู้สึกอั้น ๆ ชอบกล ผนวกกับเวลานั้นผมยังมือใหม่มาก แม้จะใช้ตัวขั้วลำโพงที่มีคุณภาพ สายมีคุณภาพ แต่ฟังแล้วเสียงของมันยังไม่ถูกใจผมเลย คุณดาวเหนือบอกว่าก็ตัวตู้มันคนละแบบยังไงเสียคงได้เสียงที่ไม่ได้เต็มตามที่ทาง Fostex ออกแบบมาแน่นอน

แม้ในครานั้นเสียงที่ได้จาก Driver 126 ในร่างตัวตู้ 103 ก็ได้เสียงที่น่าพอใจในระดับหนึ่ง ทว่าเมื่อได้ฟังเปรียบเทียบกับ Driver 103 กับตัวตู้ 103 จริง ๆ แล้วมันแทบจะขี่กันไม่ลงเลย แถมเสียงแหลมปลาย ๆ กับเบสต้น ๆ นั้นออกจะทึบกว่าด้วยซ้ำ นั่นเป็นเหตุให้ผมตัดสินใจเปลี่ยนโดยไม่ลังเล

ในที่สุดผมก็ตัดสินใจต่อตัวตู้ใหม่ โดยใช้แบบตัวตู้ 126 ที่ทาง Fostex ออกแบบมาให้ แม้รูปร่างของมันจะดูด้อยกว่าตัวตู้ 103 รูปทรงของมันออกจะกึ่ง ๆ ตู้วางหิ้ง ตู้ตั้งพื้น เพราะขนาดความกว้างใหญ่มันเท่ากับตั้งพื้นเลย แต่ความสูงมันสูงกว่าตู้ลำโพงวางหิ้งมาก มิน่าเหล่า DIY ที่ใช้ Driver 126 ถึงเลือกแบบตู้ 103 มาใส่เจ้าเล็กจิ๋วตัวนี้กันทั้งนั้น แต่ด้วยความเชื่อมั่นต่อการออกแบบของพี่ยุ่น และฝีมือการต่อตู้จากโรงงานคุณ jamie เมื่อวันเสาร์ผมจึงไปรับเจ้าตัวตู้ที่ต่อเอาไว้นานแล้วมาประกอบในช่วงวันหยุด

ต้องยอมรับว่าสีโอ๊คน้ำตาลเข้มสวยงามเหลือเกิน ตรงขาลำโพงผมขอให้คุณแจมี่ต่อสไปซ์แบบหมุนปรับระดับเข้าไปด้วย ทำให้ขามันดูดีกว่าไม่ใส่มาก อย่างน้อยตอนที่มันวางกับพื้นโดยไม่มีสไปร์ซ อาการเรโซแน้นท์ทั้งสองแบบก็ให้เสียงที่ต่างกัน

วันอาทิตย์ผมใช้เวลาช่วงสาย ๆ หลังจากฉีดปุ๋ยกล้วยไม้ในตอนเช้าเสร็จแล้ว การประกอบตัวตู้คราวนี้ ง่ายกว่าตอนทำครั้งแรกมาก (แสดงว่ามีฝีมีเพิ่มขึ้น  showoff ) แรกสุดคือเจาะรูสำหรับขั้วลำโพง แล้วบัดกรีสายจากลำโพงเข้าขั้วก่อน เมื่อประกอบขั้วลำโพงแล้ว จึงค่อยเจาะสกรูลำโพง จากนั้นค่อยเชื่อมลำโพงกับสายลำโพง คราวนี้ผมไม่ใส่ใยแก้วอัดเข้าไปเหมือนคราวแรก การบัดกรีดีกว่าตอนทำตัวแรกมาก ใช้เวลาประมาณชั่วโมงนึงก็ทำสำเร็จ เสียเหงื่อไปเล็กน้อยเท่านั้น

Fostex 126Fostex 126

ติดสไปร์ที่ก้น

Spike Fostex

ประกอบเสร็จแล้ว ถ่ายรูปคู่กันเสียหน่อยก่อนยกไปทดสอบ

ตัวของมันเล็กน่ารัก ไม่เกะกะพื้นที่ หรือใหญ่เทอะทะเลย ผมคิดว่าทาง Fostex อาจจะออกแบบมาสำหรับชาวญี่ปุ่นก็ได้ ที่บ้านส่วนใหญ่จะนั่งกับพื้น แล้วบ้านไม่ใหญ่โตนัก (อันนี้ผมเดานะ)

แหม…เวลาใส่ดอกไปแล้วมันดูสวยทีเดียว แม้จะรูปร่างเล็กกว่าตัวตู้ 103 ก็ตาม แต่การลงสีเข้มทำให้ดูเข้มขรึมไม่น้อย

Fostex 126

ถึงเวลาทดสอบเสียงแล้วครับ ผมจับมันไปเข้ากับแอมป์ตัวเก่ง EL34 Singel End ฝีมือคุณมด ส่วนปรีแอมป์ 12au7 PCB ของวรา ที่ทำกันไปนั่นแหละครับ สองคู่นี้ผมก็ใช้ฟังตั้งแต่ ตัวตู้แรกนั่นแหละครับไม่เปลี่ยนแปลงอะไรเลย ส่วนห้องที่ใช้ฟังเป็นห้องแต่งตัวชั้นล่าง ขนาด 3*3 เมตร เล็กและเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัส แต่มีของวางเต็มครับ ที่ผมเอาไว้ห้องนี้ เพราะว่าเอาไว้ฟังตอนทำงานข้างล่างครับ ทำสวน ทำกับข้าวก็เปิดฟังจากห้องนี้ดังลั่นบ้านเลย

ผลการฟัง แทบไม่ต้องเบิร์นครับ เพราะตัวดอกลำโพงใช้งานมาระดับหนึ่งแล้ว แค่ปล่อยให้มันยืดเส้นยืดสายสักชั่วโมงเท่านั้น ส่วนตัวตู้ก็ต่อเสร็จมาร่วมเดือน คิดว่ามันคงอยู่ตัวไปบ้างแล้ว

เสียงของ Fostex 126E กับตัวตู้แท้ ๆ ของมัน ให้รายละเอียดที่ชัดเจน ไม่มีอาการอั้นเหมือนตอนใช้ตัวตู้ 103 เลย ไม่น่าเชื่อว่าเสียงแหลมกรุ๋งกริ๋งใช่เล่น ส่วนเสียงกลางอันเป็นพระเอกของดอกรุ่นนี้ก็ยังคงแสดงคุณภาพเสียงเต็มเปี่ยม ส่วนเสียงเบสหายห่วงครับเน้นย้ำมีพลัง และไม่เบลอร์มั่วเหมือนตอนใช้ตู้ 103 แม้ตัวตู้จะมีขนาดความสูงด้อยกว่า แต่คุณภาพเสียงผมขอฟันธงว่า เรื่องรายละเอียดเหนือกว่า 103+103 ครับ และดีกว่า 126+103 อย่างไม่ต้องสงสัย นอกจากนั้นมันยังได้ความไวเพิ่มขึ้นด้วย ปกติชุดนี้จะต้องบิดลูกบิดไปจนถึง 11-12 นาฬิกา แต่เมื่อใช้ 126+126 ผมบิดโวลุ่มเพียง 9-10 นาฬิกาเท่านั้น

สรุปแล้วถ้าคุณมี Driver 103 ควรจะใช้ตัวตู้ 103 หากมี Driver 126 แล้วใช้ตัวตู้ 103 คุณภาพเสียงที่ได้ใกล้เคียงกับ Driver 103 ชนิดขี่กันไม่ลง ดังน้น Driver 126 ยังต้องการตัวตู้ที่ออกแบบมาให้ 126 นั่นเอง

ปัญหาคือถ้าคุณอยากได้รูปวงในการฟัง 126+126 คุณจะต้องหาขาตั้งลำโพงเพิ่มขึ้น ให้มีความสูงอีกสักฟุตนึง ก็จะได้รูปวงในแบบออดิโอไฟล์ แต่ผมคิดว่าผมจะฟังเจ้า 126 ตัวนี้แบบสบาย ๆ ก็ตั้งมันแบบนั้นครับ และที่สำคัญอีกประเด็นหนึ่งก็คือ สไปรซ์ปรับระดับได้ ทำให้เสียงโปร่งขึ้นอย่างเด่นชัดครับ

Test

Test Fostex

Filed under: Audiophile, High Fidelity, Loudspeaker , , , ,

Fostex FE 126 E

สร้างลำโพงสำหรับแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ด้วยดอกลำโพง Fostex FE 126 E

โดย นิวัต พุทธประสาท

Fostex 126 E

ท่านผู้อ่านที่รักครับ ฉบับนี้ผมกลับมาต่อเนื่องเรื่องลำโพงกันอีกครั้ง หลังจากบอกเล่าถึงวิธีเลือกลำโพงสำหรับมือใหม่ไปแล้วเมื่อตอนที่ผ่านมา ฉบับนี้ผมขอนำเสนอลำโพงสำหรับนักฟังนักเล่นที่นิยมแอมป์หลอดที่มีกำลังขับต่ำ ๆ โดยเฉพาะแอมป์หลอดที่ใช้วงจร Single End Class A ซึ่งมักจะให้กำลังขับ0.5 จนถึง 4 วัตต์

ใช่ครับ ที่ผมเขียนไว้ไม่ผิดแน่ แอมป์กำลังวัตต์ต่ำเตี้ยติดดินอย่างที่เขียน แต่ต้องขอบอกก่อนว่าแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ๆ นั้น ทุกวัตต์เต็มไปด้วยคุณภาพทั้งสิ้น ทั้งนี้นักเล่นที่เล่นเครื่องเสียง หรือมือ DIY แอมป์หลอดทุกท่านต่างยอมรับกันมาแล้วว่า แอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ๆ นั้นเสียงที่ได้มีความหวานติดหู มีความเป็นดนตรีสูง โดยเฉพาะคนที่ชอบฟังเพลงร้องนักร้องหญิง เสียงร้องจะกระจ่างเหมือนจริงเป็นอย่างยิ่ง แต่ข้อเสียงของแอมป์หลอดวัตต์ต่ำคือ หาลำโพงในท้องตลาดมาขับได้ยากเหลือเกิน โดยเฉพาะลำโพง Commercial ที่วางขายกันทั่วไป จะอนุโลมหน่อยก็ตรงที่ลำโพงมีความไวตั้งแต่ 89 db / เมตร / วัตต์ ขึ้นไปก็พอขับได้ แต่เท่าที่ทดลองมาแล้วพบว่าลำโพงเหล่านี้เมื่อนำมาเล่นแอมป์หลอดวัตต์ต่ำ ก็มีปัญหาเรื่องแรงปะทะอยู่นั่นเอง หรือถ้าจะมองหาลำโพง Commercial ที่มีกำลังขับมากกว่า 95 db ขึ้นไปแล้ว ราคาที่เขาตั้งเอาไว้ล้วนเกินเอื้อมทั้งสิ้น (ไม่รู้ทำไมลำโพงความไวสูงถึงมีราคาค่างวดมากนัก) แม้เราจะแก้ปัญหาโดยไปใช้แอมป์พุชพูล หรือขนานหลอดให้มีกำลังวัตต์มากขึ้นก็ไม่ใช่การแก้ปัญหาที่ถูกจุดนัก ดังนั้นการสร้างลำโพงสำหรับใช้กับแอมป์หลอดกำลังวัตต์ต่ำ ๆ น่าจะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดเพราะเข้าถึงปัญหาของปัญหาโดยแท้จริง

การสร้างลำโพงในโครงการนี้ผมได้เลือกดอกลำโพง Fostex ซึ่งเป็นบริษัทของญี่ปุ่น ทว่าปัจจุบันย้ายฐานผลิตไปที่เมืองจีนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การย้ายฐานผลิตไปประเทศจีนทำให้ราคาลำโพงไม่สูงขึ้นมากนัก และราคาที่นัก DIY จะซื้อหามาลองก็ไม่ใช่เรื่องยาก รุ่นที่ผมเลือกมาทำเป็นลำโพงสำหรับแอมป์หลอดคือลำโพง Fostex รุ่น FE126E มาดูว่าสเปคที่สำคัญของลำโพงตัวนี้กันก่อนนะครับ ขนาดลำโพง 4.5 นิ้ว Impedance ที่ 8 โอมห์ ค่าความไวอยู่ที่ 93db/W(m) ส่วน Rated Input อยู่ที่15 วัตต์ และ Music Power ที่ 45 วัตต์ ดูจากเสปคแล้วถือว่าดีมากครับ อยู่ในอุดมคติของนักเล่นแอมป์หลอดอย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อเราได้ตัวดอกลำโพงมาแล้ว ในคู่มือของ Fostex จะมีคู่มือสำหรับการต่อตัวตู้ เราเรียกตัวตู้ชนิดนี้ว่า Back Loaded Horn ทั้งนี้ FE126E เป็นลำโพงแบบ Full Range ซึ่งหมายถึง ลำโพงเพียงดอกเดียวแต่ครอบคลุมเสียงทุกย่านความถี่ ตั้งแต่เสียงแหลม เสียงกลาง จนถึงเสียงทุ้ม โดยตัวตู้แบบ Back Loaded Horn (BLH) มาทำหน้าที่คล้ายตัวตัดความถี่ที่ให้กำเนิดเสียงเบสนั่นเอง ดังนั้นการออกแบบตัวตู้ของลำโพง Full Range จึงมีความสำคัญมาก เพราะถ้าออกแบบมาไม่ดี เสียงจากย่านความถี่ต่ำ หรือเสียงเบสอาจจะไม่ได้อย่างที่เราหวังเอาไว้ ตัวแบบที่ทาง Fostex ให้มานั้นถือว่ามีความสมดุลอยู่มาก เพราะผู้ผลิตเองก็ตระหนักถึงความสำคัญของการออกแบบตัวตู้ และมีการวิจัยหรือทดลองใช้กันมาอย่างกว้างขวาง

การเลือกใช้วัสดุในการทำตัวตู้ที่ดีที่สุดคือทำจากไม้ MDF หรือจะเลือกไม้อัดก็ได้ สองวัสดุดังกล่าวก็จะได้บุคลิกเสียงที่แตกต่างกันพอสมควร แต่ก็ไม่มากจนถึงขั้นได้ยินความแตกต่างกันแบบฟ้ากับเหว แต่ผมคิดว่าไม้ MDF จะได้น้ำหนักของตัวตู้มากกว่า และซับเสียงได้ดีกว่าไม้อัด

การต่อตัวตู้ผมได้นำแบบไปให้ช่างไม้ที่เป็นเพื่อนของเพื่อนเป็นผู้ดูแล เพราะงานไม้กับผมไม่สามารถเข้ากันได้ครับ ดีที่ได้ช่างที่มีความชำนาญและเข้าใจการต่อตู้แบบ BLH ไม่อย่างนั้นช่างคงส่ายหน้าครับ เพราะว่าภายในตัวตู้ลำโพงค่อนข้างจะซับซ้อน ต้องตัดไม้หลายชิ้นเพื่อนำมาเป็นทางให้สัญญาณเสียงวิ่งผ่าน การที่ต้องทำเป็นช่องวนไปวนมา (รูปที่ 1) จนกระทั่งออกมาที่ปลายลำโพงจะทำให้เกิดเสียงเบส

สำหรับสายไวริ่งจากลำโพงมาที่ไบดิ้งโพสต์ หรือขั้วแจ๊คลำโพงนั้น ผมอยากให้ท่านที่ทำลำโพงชุดนี้ใช้สายลำโพงที่ดีหน่อย เพราะมันมีผลต่อบุคลิกเสียงของลำโพงอยู่มาก หากใช้สายคุณภาพต่ำสัญญาณที่วิ่งเข้าสู่ลำโพงจะไม่ได้รับเต็มเม็ดเต็มหน่วย

ส่วนขั้วแจ๊คลำโพงก็เช่นกัน ลองเดินหาขั้วแจ๊คที่มีคุณภาพดี มีความหนาแน่น ทนทานมาใช้ ยอมเสียเงินเพิ่มหน่อยเพื่อได้ใช้ของดีก็ไม่เสียหาย ผมว่าคุ้มค่าอีกต่างหาก อุปกรณ์อื่นที่ต้องใช้คือใยแก้วสีขาวสำหรับใส่เอาไว้ในตู้ลำโพง อันนี้ผมคิดว่าแล้วแต่คนชอบนะครับ บางคนอาจจะไม่ใส่ลงไปก็ได้ แต่ผมคิดว่าใส่ใยแก้วสีขาวแล้ว มันช่วยลดอาการสั่นค้าง หรือเสียงสะท้อนก้องในตู้ได้พอสมควร

เมื่อได้อุปกรณ์ครบแล้ว ก็ต้องมาวัดว่าจะเจาะช่องขั้วแจ๊คลำโพงตรงไหน สำหรับตัวตู้รุ่นนี้การเจาะด้านข้างใกล้กับลำโพงทำได้ง่ายที่สุด แล้วก็เดินสายสั้นที่สุด หรือถ้าต้องการไว้ข้างหลังต้องเดินสายตั้งแต่ตอนต่อตัวตู้จึงจะทำได้ง่ายกว่า

ผมคิดว่าขั้นตอนการประกอบตัวลำโพงคงไม่มีอะไรยุ่งยากมากนักครับ คราวนี้ถึงเวลาทดลองฟังเสียงกันแล้วว่า ลำโพงที่เราทำเองนั้นจะมีเสียงออกมาในแนวไหน

ผมนำลำโพง FE126E ใช้กับแอมป์หลอดซิงเกิ้ลเอนด์คลาส เอ โดยใช้หลอด EL34 เป็นหลอดเอาท์พุช กำลังขับที่ได้ประมาณ 3.5 วัตต์ เมื่อลองเสียบสายลำโพงแล้วเปิดเพลงฟัง ต้องบอกว่าไม่ธรรมดาครับ ตอนแรกผมคิดว่าคงมีเสียงเบสพอเป็นพิธี ที่ไหนได้เสียงเบสไปได้ดีทีเดียว โทนเสียงกลางออกหวานแต่ไม่ถึงกับช้า เสียงแหลมมีความพลิ้วไหว ส่วนเสียงเบสมีลักษณ์เป็นลูกมีรายละเอียดพอสมควร เมื่อเล่นเพลงแจ๊สได้ความสมดุลย์ของเสียง เวทีกว้างใหญ่ชัดเจน ห้องที่ใช้เปิดเล่นผมลองอยู่สาองห้อง ห้องแรกมีความกว้างยาวสามเมตรกว่า ให้เวทีเสียงที่ดีมาก ขณะเดียวกันก็ให้เสียงที่ใหญ่เต็มห้อง ส่วนห้องที่เล็กกว่า แม้เวทีเสียงจะไม่เด่นเท่า แต่ความใหญ่ของเสียงทำให้ฟังดนตรีได้หลากหลายเสียงเต็มห้องโดยไม่มีอาการก้อง

ทิปในการเล่นลำโพง FE126E

1.ต้องใช้เวลาในการเบิร์นอิน หรือเบรกอิน ประมาณ 100-200 ชั่วโมงจึงจะได้คุณภาพที่แท้จริงของลำโพง การเบิร์นควรจะเปิดเพลงหลาย ๆ แนว เพื่อให้ลำโพงทำงานได้ไหลลื่นในหลาย ๆ ย่านความถี่

2.ตัวตู้ถ้าไม่ได้ทำขาที่ติดสไปซ์ อาจจะหาทิปโทมารองใต้ลำโพงก็ได้ (รูปที่ 2) การใช้ทิปโททำให้เสียงมีความนิ่งขึ้น เปิดขึ้น และมีโฟกัสที่ดีกว่า

3.หลังจากที่ลองเล่นลำโพง Fostex กับแอมป์โซลิตสเตจแล้ว พบว่ามันไปได้ดีกับแอมป์หลอดมากกว่า

4.อย่าละเลยสายลำโพงในการพ่วงต่อมาจากแอมป์ เพราะมีส่วนทำให้เสียงดีและเสียงด้อยได้

ทีนี้ไม่ว่าแอมป์หลอดจะมีกำลังขับไม่กี่วัตต์ หรืออาจจะไม่ถึงวัตต์ก็ตามที เราก็มีลำโพงที่สามารถขับได้เอาไว้อ้างอิง โดยไม่ต้องกลัวว่าลำโพงจะกลายเป็นจุดอ่อนอีกต่อไป สำหรับคนที่กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะลองทำลำโพงเล่น ผมขอบอกว่าราคาค่าตัวทั้งหมดของ FE126E ตัวนี้ มนสามารถสู้กับลำโพง Commercial ในระดับราคาหมื่นต้น ๆ ได้อย่างไม่กลัว

สำหรับท่านที่อยากจะแนะนำอะไรเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับลำโพงตัวนี้อีเมล์หรือจดหมายมาคุยกันได้นะครับ

อ่านตอนที่สอง

Filed under: Audiophile, Loudspeaker , , , , , , , ,

เชิญร่วมงานชุมนุมช่างวรรณกรรม

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.

Twitter

  • รายการที่ช่องวิทยุ 96.50 ช่วง 6.30น. โดนถอดจากผังฟ้าผ่า การแทรกแซงสื่อของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เปราะบางเป็นอย่างมาก 1 month ago
  • Update เรื่องที่ http://www.paganini599.wordpress.com เข้าไปอ่านได้ครับ 1 month ago
  • พบกันในงานหนังสือบู๊ธ Alternative Writers O15 นะครับ 2 months ago
  • พรุ่งนี้จัดบู๊ธ ขายงานมหกรรมหนังสือ ที่ศูนย์สิริกิติ์ 2 months ago
  • ทำให้เดือนนี้สบายตัวจนถึงสิ้นเดือน 2 months ago

เรื่องรักธรรมดา: เรื่องรักที่คุณจะไม่มีวันลืม

รวมเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก จากปลายปากกาหลายนักเขียนร่วมสมัย

RSS บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด

  • ปี๊ปพลาสติกเล็ก
    ปี๊ปพลาสติกเล็ก หรือ ปี๊ปเล็ก มีขนาดเล็กลงมาจากปี๊ปกระจกใหญ่ สามารถนำไปใส่ขนมปังไส้ประรด ไส้ครีมกลิ่นต่าง ๆ เชสชีส ทองม้วน ขนมอบกรอบ ปี๊ปเล็กนี้มีความกว้าง 17.50 เซ็นติเมตร หนา 14.50 เซ็นติเมตร โดยมีความสูงอยู่ที่ 24 เซ็นติเมตร […]
  • ปี๊ปกระจกใหญ่
    ปี๊ปกระจกใหญ่ผลิตจากเหล็กพิมพ์สีเกรดอาหาร กระจกซีลด้วยกาวป้องกันอากาศเข้า ปี๊ปกระจกใหญ่สามารถใส่ขนมได้หนักถึงห้ากิโลกรัม เหมาะสำหรับนำไปใส่ขนมปัง บิสกิต ทองม้วน ขนมขาไก่ […]
  • บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด
    บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/8 หมู่ที่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73110 โทรศัพท์ 034-295-424 โทรสาร 034-295-283 […]

Flickr Photos

Pillow of Snow

18.12 snowflake

somewhere

More Photos

วันเวลาที่ผ่านเลย

ธันวาคม 2009
พฤ อา
« พ.ย.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

RSS บทความจาก thaiwriter.net

  • เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ธันวาคม 18, 2009
    Other Author
  • สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ตุลาคม 28, 2009
    สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักวิชาการและนักแปลอิสระ หมายเหตุ บทความแปลชิ้นนี้ ได้รับมาจากผู้เขียน ทางกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต้องขอขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้ ต้นฉบับของบทความนี้ชื่อ Superstars and Globalization: Interviewing Arundhati Roy by Sonali Kolhatkar, Znet (บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา) บทความฟรี […]
    Other Author
  • ขอเชิญร่วมงานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 14 ตุลาคม 13, 2009
    ในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 14 พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ O15 โซนซีชั้นหนึ่ง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 10.00น.-20.30 น. ที่บู๊ธพบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น ของปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ผู้จัดพิมพ์งานของมูราคามิ สำนั […]
    Niwat Puttaprasart
  • ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา กันยายน 28, 2009
    ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา ประจักษ์ ก้องกีรติ : เขียน คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกริ่นนำ ราวปี 2513 ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมไทยยุค "แห่งการพัฒนา", "อเมริกันในไทย" และ "เผด็จการคณาธิปไตย" แม้จะไม่ใช่ปีที่สลักสำคัญจนถูกบันทึกหรือได้รับการจดจำเป็นพิเศษ ในหน้าปฏิทินประวัติศาสตร์ไทย แต่เป็นปีท […]
    Other Author
  • Second Life: ขอต้อนรับสู่โลกเสมือนจริง สิงหาคม 27, 2009
    strong>Second Life: ขอต้อนรับสู่โลกเสมือนจริง [caption id="" align="alignnone" width="455" caption="Second Life"][/caption] จากบุปฝาชนสู่โลกออนไลน์ ในยุค 60 บุปผาชนเบ่งบานจัดตั้งชุมชนอิสระตั้งแต่ซานฟรานซิสโก แอลเอ และนิวยอร์ค พวกเหล่าปัจเจกชนผู้ต่อต้านวัฒนธรรมได้ยึดหัวหาดต่อรองอำนาจ มีแนวคิดในด้านเสรีภาพ การเมือง แล […]
    Niwat Puttaprasart
  • Günter Grass: นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 1999 สิงหาคม 4, 2009
    สมเกียรติ ตั้งนโม: แปล พิมพ์ครั้งแรก : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน [caption id="" align="alignnone" width="445" caption="Günter Grass"][/caption] กุนเธอร์ กราสส์ (Günter Grass) เกิดในปี ค.ศ.1927 ในเมือง Danzig-Langfuhr * จากครอบครัวเลือดผสมโปลิช-เยอรมัน ภายหลังจากรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร และประสบชะตากรรมการตกเป็นเชลยสงครามโด […]
    Other Author
  • สายสัมพันธ์อันแปลกประหลาด สิงหาคม 3, 2009
    [caption id="" align="alignnone" width="284" caption="โปสเตอร์ All About My Mother"][/caption] Todo sobre mi madre: All about my mother: สายสัมพันธ์อันแปลกประหลาด สายสัมพันธ์อันแปลกประหลาด คือแกนกลางที่เปรโด อัลโมโดวาร์ (Pedro Almodóvar) นำเสนอผ่านผลงานภาพยนตร์ของเขามาโดยตลอด ไม่ว่าเขาจะเป็น Talk To Her (Hable con ella […]
    paganini
  • Persona : ความสัมพันธ์จากด้านใน กรกฎาคม 28, 2009
    Ingmar Bergman เป็นผู้กำกับหนังชาวสวีเดนที่มีผลงานการกำกับหนังที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาไม่ได้สร้างหนังเพียงเพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือระบายออกทางความต้องการของตน ทว่าหนังของเบิร์กแมนทะลุทะลวงเข้าสู่ด้านลึกของมนุษย์ ความปรารถนาอันเร้นลับภายในถูกขับดันออกมา ผ่านบุคลิกภาพซับซ้อน -- ภาพ เสียง และเนื้อในของหนัง มันเผยให้เห็นมนุษย์ในแง่งดงาม-อัปลักษณ์ ที […]
    paganini
  • ที่เรียกว่าอำมาตยาธิปไตย กับทุนนิยมสามานย์ กรกฎาคม 27, 2009
    เมื่อ 7 ปีก่อน ในงานรำลึกทศวรรษพฤษภาประชาธรรม วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ผมได้ร่วมอภิปรายหัวข้อ "10 ปีพฤษภา ความทรงจำของสังคมกับการปฏิรูปการเมือง" ณ ห้องประชุม อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กับผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง คุณคำนูณ สิทธิสมาน สื่อมวลชนอิสระซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา […]
    Other Author
  • หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว กรกฎาคม 24, 2009
    อิทธิพลของสัจนิยมมหัศจรรย์เดินทางถึงละตินอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ยี่สิบ บทความที่ถูกอ้างอิงถึงมากที่สุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรมละตินอเมริกาเขียน […]
    Other Author

Watch videos at Vodpod and other videos from this collection.

ratedTop

Since May 2008

  • 22,427 hits