Paganini Blog

Small Story

ทดสอบลำโพง Fostex 126E กับตัวตู้ 103

ผมเคยต่อตัวตู้ลำโพงFostex 103 แล้วนำดอกลำโพง Fostex 126e ไปสวม ทดสอบคราวนั้นผมเคยเขียนเอาไว้ในเวบ htg2.net ผมลองเสิร์ทข้อมูลในเวบ จากนั้นเอามาต่อหันกลายเป็นรีวิวในข้อความในบทความนี้ ส่วนท่านที่จะเข้าไปชมความเห็นอื่น ๆ ในหน้าเวบนี้ก็ลองคลิกที่นี่นะครับ คลิกที่นี่

ตอนนี้ 126E ที่ผมสั่งมาจาก Madisound เดินทางมาถึงผมแล้วครับ เหลือแต่ตัวตู้น่าจะได้ประมาณอาทิตย์หน้า

สายไวริ่งผมมองที่ Cardas แต่ราคาสูงไปหน่อยหรือเปล่า อีกตัวคือ Canare ครับ

ผมลองเสียงไปจี๊ดนึงแบบเปลือย ๆ เข้าท่าเหมือนกันครับ

Fostex 126E

Fostex 126E

ลำโพงญี่ปุ่น ผลิตในจีน

ลำโพงญี่ปุ่น ผลิตในจีน

ด้านหลังลำโพง

ด้านหลังลำโพง

ไปรับตัวตู้มาแล้วครับ สีสวยกว่าที่คิดเอาไว้มาก ทำจากไม่ MDF ไม่ปะผิวไม้จริง ทาสีออกเหลืองส้มสวยไปอีกแบบ

ตัวตู้เปล่า

ตัวตู้เปล่า

แม้จะออกเรียบ ๆ แต่งานไม้เรียบร้อยสวยงามครับ ผมชอบให้มันเรียบ ๆ ครับ ตกแต่งไม่ต้องมากแต่ดูดี

แม้จะออกเรียบ ๆ แต่งานไม้เรียบร้อยสวยงามครับ ผมชอบให้มันเรียบ ๆ ครับ ตกแต่งไม่ต้องมากแต่ดูดี

ประกอบเสร็จแล้วครับ แทบตายเหมือนกัน ตอนแรกก็ระวังกลัวตัวตู้ถลอก แต่พอทำไปทำมามันเบาไม่ได้ครับ ทั้งจับตั้ง จับตะแคงซ้าย ตะแคงขวา ไม่งั้นมันไม่ถนัดครับ นับเวลาที่ทำแล้วประมาณหกชั่วโมงครับ  รูดซิป ไม่สงสัยแล้วว่าลำโพงไฮเอ็นด์ทำไมมันแพงจัง ค่าแรงนี่เอง

ตัวตู้เมื่อประกอบเสร็จแล้ว

ตัวตู้เมื่อประกอบเสร็จแล้ว

สายไวริ่งเป็นคาดาสครับ ไบดิ้งโพสต์ก็เป็นคาดาส สายแข็งพอสมควร แล้วก็ใหญ่ด้วย พอตัดสั้นมันก็เลยงอไม่ค่อยได้ ตอนยัดเข้าไปเนี่ยต้องหาจังหวะดี ๆ ไม่งั้นยัดไม่เข้า

ด้านในผมใช้ใยสีขาวบุเอาไว้ ลองดูว่าเสียงมันจะเป็นอย่างไร ถ้าเบิร์นแล้วมันไม่ดีอาจจะต้องแกะเอาออกมา แต่ตอนนี้ขอฟังก่อนว่าเป็นไง

มองจากด้านข้าง

มองจากด้านข้าง

หนึ่งแบกขึ้นไปฟังที่ห้องนอน ตอนนั้นก็เริ่มง่วงแล้วครับ แต่ยังไงขอฟังแนวเสียงของมันก่อน

ผมใช้พาวเวอร์ 211 ของทีเอส ก็เป็นชุดที่ใช้ขับเจ้า Mozart นี่แหละครับ ห้องฟังปัจจุบันเป็นห้องนอนด้วย มันค่อนข้างใหญ่ ผมเกรงว่าเมื่อเอา 126 ไปฟังอาจจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่ การตั้งลำโพงก็ยังไม่ได้จูนหาตำแหน่งของมัน คือเอาไปตั้งข้าง ๆ เจ้าโมสาร์ทแล้วก็เอียงทำมุมโทอินเข้ามา ตั้งเสร็จก็เสียบสายลำโพงเปิดเพลงที่ผมคุ้นเคยฟังก่อนเลยครับ

โอ…เสียงแซกโซโฟนใช้ได้เลยครับ เสียฉาบก็เยี่ยม ติดตรงเสียงดับเบิลเบสหายเลยครับ แม้เพิ่งจะเปิดยังเบิร์นไม่ได้ที่ แต่มีแนวโน้มในทางที่ดีครับ

ผมเปลี่ยนไปฟังเพลงร้อง นอราห์ โจนส์ ชุดที่สอง ซึ่งแผ่นนี้เสียงอัดแผ่นจะออกขุ่น ๆ มัว ๆ แต่เสียงนอราห์ดีมากครับ เสียงเบสในชุดนี้มีให้ได้ยินมากกว่าเสียงดับเบิลเบส

เมื่อเช้าเปิดฟังอีกรอบ เปิดดังขึ้น ผมว่าพอเร่งดัง ๆ อาการขุ่น ๆ ของเสียงแสดงออกมาให้ได้ยิน

ปกติชุดนี้ถ้าใช้โมสาร์ทผมจะเปิดความดังประมาณที่ 11 นาฬิกา (ถ้าฟังแบบมัน ๆ นะครับ)

แต่ 126 ผมเปิดแค่แปดถึงเก้านาฬิกาก็ดังมากแล้ว

ชุดที่ใช้ทดสอบเสียง

ชุดที่ใช้ทดสอบเสียง

ไบดิ้งโพสต์อยู่ด้านข้าง

ไบดิ้งโพสต์อยู่ด้านข้าง

เทียบกับลำโพงโมเสาร์ท

เทียบกับลำโพงโมเสาร์ท

เทียบกับเจ้าโมสาร์ท รูปร่างเตี้ยกว่า แต่ขนาดความกว้างสูสี

สรุปแล้วเปิดฟังแค่ 2 ชั่วโมง พอใจกับเสียงที่ได้มากครับ หวังว่าเบิร์นสัก 100 ชั่วโมงความใส ความกรุ๋งกริ๋งของมันน่าจะเปิดเผยกว่านี้

เสียงฉาบใช้ได้เลยครับ แต่ยังออกอาการขุ่น ๆ นิด ๆ

แต่เสียงกลางที่ผมหวังเอาไว้รู้สึกดีอย่างที่หวังครับ โดยเฉพาะเสียงแซกฯ เครื่องดนตรีที่ผมชอบ มันได้บรรยากาศแตกต่างจากที่เคยได้ยินตามลำพงทั่วไปครับ

ตอนอยู่ในช่วงเบิร์น เสียงแหลมยังไม่ค่อยเปิดเท่าไหร่ ช่วงวันสองวันนี้ผมเปิดเฉลี่ยวันละไม่กี่ชั่วโมงเอง เพราะมีเวลาแค่ตอนช่วงหัวค่ำ แถมเป็นแผ่นเสียงด้วย ปล่อยให้มันเปิดเองแบบซีดีไม่ได้ เดี๋ยววันอาทิตย์อาจจะยกลงมาเบิร์นกับรีเซิร์ฟเวอร์

ผมชอบช่วงการเบิร์นมากครับ เพราะจะได้ยินพัฒนาการของเสียง เหมือนค่อย ๆ มองเด็กที่ค่อย ๆ โตขึ้น (ผมจึงไม่ค่อยชอบเครื่องประเภทช่วยเบิร์นสาย)

อีกประเด็นคือการเบิร์นตัวตู้นั้นผมมีความเห็นเหมือนคุณกล้าครับ อย่างแรกคือตัวตู้เพิ่งทาสีมา การคายตัวของสี และไม้อาจจะยังไม่เข้าที่ ซึ่งต้องกินเวลาพอสมควร (เมื่อไหร่ก็ไม่รู้)

สิ่งที่ผมหวังเอาไว้หลังเบิร์นคือ เสียงแหลมเปิดเผยมากกว่านี้ (แต่การใช้สาย Cardas อาจจะทำให้เสียงแหลมไม่ถึงกับเป็นประกายมากนัก)

====================

ลำโพง Fostex 126E เป็นลำโพงที่น่าใช้ ราคาประหยัด ให้ซุ่มเสียงกลางที่ฟังเป็นธรรมชาติ หากผู้เล่นไม่คิดเน้นเรื่องเสียงเบสที่โหมใหญ่ และต้องการมองหาลำโพงที่จะเล่นกับแอมป์วัตต์ต่ำ ๆ 126E เป็นตัวเลือกที่ดีอีกตัวหนึ่ง

Filed under: Audiophile, Loudspeaker , , , , , , , , , , ,

Pop Culture: วัฒนธรรมป๊อป

Pop Culture: วัฒนธรรมป๊อป

โดย นิวัต พุทธประสาท

จากอเมริกันชนถึงญี่ปุ่นจากญี่ปุ่นถึงเกาหลี: Pop Culture Go On

เมื่อตอนที่โลกยังกว้างใหญ่ การเดินทางไปมาหาสู่กันไม่สะดวกรวดเร็ว ข้อจำกัดของการเผยแพร่วัฒนธรรมเดินทางมาถึงช้า หากย้อนไปยุคประวัติศาสตร์ การแผ่อิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียต้องใช้เวลาเดินทางอย่างเป็นขั้นเป็นระบบ ก่อนจะเดินทางสู่ดินแดนสุวรรณภูมิ ต้องใช้เวลาและอิทธิพลมหาศาลนับร้อยปีกว่าที่จะทำให้ดินแดนหนึ่งสะท้อนภาพของตนเองออกมาในรูปแบบวัฒนธรรมของตน บางครั้งอิทธิพลดังกล่าวก็มีเพียงรากและไปเติบโตเป็นอื่น ถัดเข้ามาใกล้อีกนิด สู่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ในวันที่จอมพล ป พิบูลย์สงคราม ได้ทำการปฏิรูปวัฒนธรรมของไทยเกือบทั้งระบบ ตั้งแต่การสวมใส่เสื้อผ้า การเคี้ยวหมาก รวมถึงการเปลี่ยนแปลงการเขียนและตัดพยัญชนะของไทยให้น้อยลง วัฒนธรรมในช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นจากการนำมาโดยผู้นำทางการทหาร วัฒนธรรมยุโรปที่ชนชั้นปกครองได้ไปสัมผัส นำกลับมาเผแพร่ เพื่อความศิวิไลซ์ของบ้านเมือง ประจวบกับภาวะของสงครามหากไม่มีการเปลี่ยนแปลง การดูดกลืนทางวัฒนธรรมเกิดขึ้นได้ง่ายและจะทำให้ประชาชนอ่อนแอ แต่กระนั้นผลของการเปลี่ยนแปลงสังคมโดยกฎหมายหรือข้อบังคับ จึงทำให้เกิดความกระอักกระอ่วนใจและมีผลทำให้ประชาชนเกิดความสับสนเป็นอย่างมาก หากจะกล่าวว่าวัฒนธรรมไทยที่แตกสลายจนถึงทุกวันนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจากยุคดังกล่าวก็ไม่ผิด

ปัจจุบันการเดินทางของวัฒนธรรมไม่ได้ถูกจำกัดพื้นที่และเวลา (Space and Time) อีกต่อไปแล้ว ในยุคสงครามเวียตนาม วัฒนธรรมของอเมริกันชนหลั่งไหลสู่ประเทศไทยราวกับสายน้ำ เดินทางมาพร้อมกับดนตรีร็อคแอนด์โรค กางเกงยีนต์ เสื้อยืด และบุปผาชน ช่วงระหว่างก่อนและหลังสงครามเวียตนาม วัฒนธรรมไทยได้รับอิทธิพลจากโลกตะวันตกโดยเฉพาะ Pop Culture จากฝั่งอเมริกันมหาศาล เอลวิส เพรสลีย์, แจกกาลีน เคนนาดี้, จอห์น เวนย์, อลิซเบต เทลเลอร์ เป็นอาทิ วัฒนธรรมเหล่านั้นหลั่งไหลมาในรูปแบบภาพยนตร์ ข้าวโพคั่ว ดนตรีร็อค ทรงผม แฟชั่นเสื้อผ้า รูปแบบการใช้ชีวิต ความรุนแรงของวัฒนธรรมอเมริกันชนแผ่อิทธิพลไปทั่วโลก ไม่เฉพาะในเอเชีย ชันชนะของวัฒนธรรม Pop โหมกระพืออย่างรวดเร็ว เพราะเข้าถึงประชาชนอย่างง่ายดาย ประกอบกับวัยหนุ่มสาวมีอิสระเสรีที่จะคิดและทำได้มากขึ้น การศึกษาที่สูงขึ้นทำให้มนุษย์มีอิสระที่จะเลือก มิสิทธิที่จะดำเนินชีวิตตามครรลองของตนเอง โดยปราศจากการชี้นำจากรัฐบาล หรือจากครอบครัว

ช่วงเวลาดังกล่าวประเทศไทยเป็นประเทศเนื้อหอม ที่มีศูนย์วัฒนธรรมของชาติตะวันตกเข้ามาก่อตั้งจำนวนมาก ศูนย์วัฒนธรรมเหล่านั้นขับเคลื่อนผ่านรูปแบบการเผยแพร่อย่างเป็นระบบ ด้วยงบประมาณและปฏิบัติการที่สูง ให้ความช่วยเหลือตั้งแต่การให้ทุนการศึกษา เปิดอบรมสอนภาษา การแสดงละคร กิจกรรม ดนตรี ให้ความช่วยเหลือทางด้านธุรกิจและการลงทุน โดยเฉพาะการแปลหนังสือของนักเขียนของตนออกมาในรูปแบบภาษาไทย ศูนย์วัฒนธรรมเหล่านั้นเป็นเหมือนศูนย์เผยแพร่อาณาจักรที่ใหญ่ยิ่ง ยิ่งกว่าการล่าอาณานิคมด้วยกำลังทหารเสียอีก ยุคการล่าเมืองขึ้นสิ้นสุดลงแล้ว ประเทศเมืองขึ้น ได้รับการปลดปล่อยทีละประเทศตามแรงกดดันของประชาคมโลก แต่เมืองขึ้นทางวัฒนธรรมเพิ่งเริ่มต้น

กลิ่นหอมหวลของวัฒนธรรมป๊อปคือความหมายของเสรีภาพ เมื่อมันเดินทางไปสู่ประเทศที่เคร่งคัดต่อจารีต และมีรูปแบบที่ชัดเจน ย่อมถูกต่อต้านจากชนชั้นนำอย่างไม่ต้องสงสัย ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่ต่อต้าน Pop Culture อย่างหนักจากชนชั้นนำ โดยเฉพาะยุคปัจจุบัน การข้ามวัฒนธรรมเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การเดินทางไปยังประเทศหนึ่งใช้เวลาน้อยลง อินเตอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญ รวมถึงรายการโทรทัศน์ได้แผ่ขยายสัญญาณไปจนถึงขอบโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดเรายังติดตามสถานีโทรทัศน์ CNN MTV และ BBC ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง ทันต่อเหตุการณ์ตลอดเวลาจนยากที่จะตกสมัย

เหตุใดชนชั้นนำจึงต่อต้าน Pop Culture ทั้งที่ชนชั้นนำในยุคหนึ่งก็เดินตามวัฒนธรรมยุโรป ผมมองว่าการต่อต้าน Pop Culture สืบเนื่องมาจาก วัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามานั้น มิได้รับการชี้นำจากกลุ่มชนชั้นสูงอีกต่อไป ทว่าประชาชนมีสิทธิที่จะเลือกได้อย่างอิสระนั่นเอง เมื่อฝ่ายนำมองว่าวัฒนธรรมอเมริกันชนเป็นอันตราย ย่อมหมายความว่าหากปล่อยเป็นเช่นนั้น การชี้นำที่อ่อนแอก็จะ

Filed under: บทความน่าสนใจ , , , , , ,

Brother : บทเรียนซ้ำซากกับความตายอันแสนสุข

Brother : บทเรียนซ้ำซากกับความตายอันแสนสุข

Brother

Brother เป็นหนังเรื่องที่เก้าที่ Takeshi Kitano กำกับการสดง โดยยังไม่นับรวมหนังที่เขาเข้าไปพัวพันทั้งเป็นนักแสดงเอก นักแสดงสมทบ คนเขียนบท คนตัดต่อ ฯลฯ

หนังของทาเคชิส่วนใหญ่พัวพันอยู่กับแก๊งค์ยากูซ่า ตำรวจ อาชญากรรม การแก้แค้น และความตาย โดยเฉพาะความตายในความหมายการแสดงออกที่ทาเคชิมักหมกมุ่นก็คือ ความตายอันไร้สาระ เมื่อเทียบกับความจริงบนโลกคนธรรมดากับโลกของอาชญากรรมดูเหมือนว่าความตายเป็นเพียงเหตุผลเล็กน้อย ไม่ได้ทำให้ชีวิตเศร้าหมองไปมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะที่เป็นอยู่ก็ไม่ต่างจากการยืนอยู่บนเส้นลวด ดุจเดียวนักไต่ลวดที่ขาดแม้แต่ไม้ทรงตัว หากแต่ความตายเป็นแรงกระตุ้นให้เดินหน้าเพื่อเริ่มต้นอะไรใหม่ ๆ และการหาเหตุผลที่ใหม่กว่าเป็นการแก้ตัว ซึ่งไม่แน่ว่าจะมีอยู่จริงหรือไม่…

Bother เป็นหนังที่ยังวนเวียนเกี่ยวพันกับแกงค์ยากูซ่า ทาเคชิแสดงเป็นยามาโมโต้ ยากูซ่าที่ต้องหลบออกจากประเทศญี่ปุ่นเพราะความขัดแย้งกันในแก๊งค์ เขาเดินทางมา L.A. อาศัยอยู่กับ ญาติที่เป็นลูกพี่ลูกน้อง ซึ่งเด็กที่เขาไปอาศัยอยู่ด้วยก็ตั้งเป็นแก๊งค์ผิวสีเล็ก ๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติด การเดินทางมาของยามาโมโต้จึงเป็นเหมือนการเดินทางมาของผู้นำทาง เพราะแทนที่เขาจะมาหลบภัย เขากลับเข้าไปจัดการปัญหาความขัดแย้งในกลุ่มแกงค์สเตอร์ และช่วยให้แก๊งค์ที่ไม่มีท่าอะไรตั้งตัวเป็นใหญ่

takashi

เส้นทางมาเฟียเป็นเส้นทางที่เราต่างก็รู้อยู่แล้วว่าเป็นเส้นทางที่ไม่ได้มาด้วยความสบาย แต่แท้จริงแล้วกว่าที่จะขึ้นเป็นใหญ่ได้จะต้องผ่านการสังหารคู่แข่ง ผ่านการห้ำหั่

นจนปราศจากชีวิต และเมื่อเดินเข้ามาสู่เส้นทางนี้แล้ว ทางรอดทางเดียวก็คือเดินหน้าต่อไป สังหารคนที่หักหลัง และไม่ต้องมีความปราณีกับคู่ต่อสู้

Brother ดำเนินเรื่องตามลีลาหนังของทาเคชิทุกประการ ทาเคชิชอบใช้ความเงียบดำเนินเรื่องแบบเอื่อย ๆ เหมือนเรานั่งดูบ่อน้ำที่มีน้ำไหลจากกระบอกไม้ไผ่ ดูใบไม้ที่ร่วงหล่นลงมากระทบผิวน้ำ หรือแม้กระทั่งนั่งดูปลาคราฟแหวกว่ายในบ่อ เขาทำให้ฉากตัดนิ้ว คว้านท้อง กลายเป็นฉากที่สยดสยองแบบเงียบ ๆ แต่ดูแล้วเหมือนตัวเองเอามีดกรีดบนผิวหนังแบบนั้นเอง

แม้หนังเรื่อง Brother จะอาศัยฉากเมืองใหญ่อย่าง L.A. เมืองที่ผู้คนต่างภาษา ต่างวัฒนธรรมและเต็มไปด้วยความวุ่นวาย ซึ่งแตกต่างจากหนังเรื่องก่อน ๆ ของเขา ที่มักจะใช้ฉากความเวิ้งว้างของทะเล แต่โดยความจริงแล้วหนังของทาเคชิก็ยังวนเวียนดำเนินรอยตามความเจ็บปวดของอาชญากร บทเรียนที่เขาอยากจะบอกก็คือบทเรียนที่ซ้ำซาก หรือเราต้องรอให้ความตายมาเยือนเสียก่อน เราจึงรู้ซึ้งว่าแท้จริงแล้วเส้นทางที่เจ็บปวดที่สุด คือเส้นทางที่เราเป็นคนเลือก

ดังนั้นความตายที่แสนสุขคือการเปิดประตูออกไปเผชิญหน้ากับลูกกระสุนนั่นเอง

Filed under: Beauty is a Rare Thing, แสงกระทบฟิล์ม , , , , , , , , , , , ,

Murakami: ปฐมบทมหากาฟย์นิยายญี่ปุ่นยุคใหม่

a wild sheep chase

A Wild Sheep Chase: Haruki Murakami

ปฐมบทมหากาฟย์นิยายญี่ปุ่นยุคใหม่

โดย นิวัต พุทธประสาท

www.thaiwriter.net

คุณเคยเดินทางคนเดียวไปในที่ต่าง ๆ โดยไม่มีจุดหมายหรือไม่ ทำตัวเหมือนเมฆที่ลอยไปตามสายลม และไม่รู้ว่า วันหนึ่งจะสูญสลายไปเป็นอะไร บางทีผมก็เป็นแบบนั้นรู้สึกว่าผมมองหาจุดหมายนั้นไม่เจอ ยิ่งค้นหาเท่าไหร่จุดหมายนั้นยิ่งห่างไกลไปจากสิ่งที่เราคาดหมาย ไม่มีสิ่งใดเป็นไปตามสิ่งที่เราคิดเอาไว้สักอย่างเดียว ยิ่งค้นหา กลับพบว่าถลำลึกไปกับเรื่องลึกลับที่บอกไม่ได้ว่าใครเป็นคนกำหนด

ผมเรียกสิ่งนั้นว่าชะตากรรม

เช่นเดียวกับนิยายของฮารูกิ มุราคามิ นักเขียนชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ ที่ได้รับการจับตามองจากนักวิจารณ์ทั่วโลกมาพอสมควร จากนักเขียนเล็ก ๆ จากนิยายเล่มแรกจนถึงเล่มนี้ ชื่อเสียงของมุราคามิกลายเป็นนักเขียนที่นักอ่านทั่วโลกรู้จัก

A Wild Sheep Chase หรือในภาคภาษาไทยชื่อว่าแกรอยแกะดาว แปลโดยนพดล เวชสวัสดิ์ ที่มีผลงานแปลของมุราคามิเกือบจะครบทุกชุด

นิยายเล่มนี้ของมุราคามิถ้าจะบอกว่าเป็นนิยายแนวไหน ค่อนข้างที่จะยาก เพราะนิยายของเขามีส่วนผสมตั้งแต่เรื่องสยอง (Horror) เรื่องลึกลับ (Suspend) นิยายโรแมนติก จนไปถึงการใช้แนวเขียนในแบบกระแสสำนึก (Steam of Consciousness)

A Wild Sheep Chase เป็นเรื่องราวของหนุ่มใหญ่นักเขียนเจ้าของสำนักพิมพ์เล็ก ๆ ที่ลงทุนกับเพื่อน เขามีอดีตฝังใจกับเรื่องราวอดีตที่เจ็บปวด ภรรยาทิ้งเขาไปไม่เคยหวนกลับ เขาพบกับคนรักใหม่ที่มีอาชีพประหลาด และบางครั้งเธอทำงานเป็นนางโทรศัพท์ วันหนึ่งเขาได้รับงานจากแก๊งค์ยากูซ่าลึกลับที่พัวพันกับอาชญากรรมในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งมีเบื้องหลังเป็นนักการเมืองให้ออกค้นหาแกะที่มีดาวบนหลัง หลังจากที่เขาได้ตีพิมพ์ภาพฝูงแกะในทุ่งในหนังสือที่เขารับจ้างทำ

เรื่องราวลึกลับเริ่มต้นขึ้นอย่างช้า ๆ ปมแต่ละปมค่อย ๆ ถูกเผยออก ราวกับการแกะเชือกออกที่ละข้อ

มุราคามิมีกลวิธีการเล่า ผ่าตัวละครบุคคลที่หนึ่ง “ผม” เขาทำให้เราเชื่อได้อย่างสนิทว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจริงจังสมจริง ทั้งที่นิยายเป็นเรื่องราวเหนือจริง (Surreal) ขณะที่ความสมจริง (Realistic) ในนิยายเรื่องนี้ก็หนักแน่นจนผู้อ่านเชื่อว่าเรื่องราวเหนือจริงนั้นสามารถบังเกิดขึ้นมาบนโลกนี้ได้ แม้จะเป็นเรื่องไร้สาระที่สุดและไม่น่าจะเกิดขึ้นได้เลยก็ตาม

นอกจากเรื่องราวลึกลับน่าติดตามแล้ว นิยายเรื่องนี้ยังมีเสน่ห์ที่น่าหลงใหลอีกประการคือ มุราคามิมักจะสอดแทรกบรรยากาศของยุคสมัยที่เขาเป็นวัยรุ่นเข้าไปได้อย่างลงตัว ทำให้ตัวตนของนักเขียนปรากฏร่างชัดเจนในภาพนิยาย

นิยายเรื่อง A Wild Sheep Chase เป็นนิยายหนึ่งในเรื่องที่ดีที่สุดเล่มหนึ่งของมุราคามิ ผลงานที่น่าสนใจของเขายังมีอีกหลายเล่มเช่น Norwigian Wood , South of The Border เป็นต้น

กระนั้น…เมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ ผมรู้สึกได้ว่าไม่ได้อ่านงานที่เข้มข้นจากนกเขียนญี่ปุ่นมานาน นักเขียนญี่ปุ่นมักจะมีรูปแบบเฉพาะที่นักอ่านสามารถเข้าถึงได้ง่าย อารมณ์แบบนั้นคือความเรียบง่าย ปนความเศร้า และความเหงาที่ว่อนเร้นอยู่ในจิตใจ เหมือนการเดินทางอย่างเดียวดาย

คุณเคยเดินทางคนเดียวหรือเปล่า การอ่านงานของมุราคามิ เป็นการเดินทางไปสู่ดินแดนนั้นเพียงลำพัง ระหว่างผู้อ่านกับนักเขียน ซึ่งจุดนั้นคือความสัมพันธ์อันเปราะบางที่เราสามารถรับรู้ได้จาก…นิยายเรื่องนี้

Murakami

Filed under: Beauty is a Rare Thing, Book Virus , , , , , , , , , , ,

เชิญร่วมงานชุมนุมช่างวรรณกรรม

วันเสาร์ที่ 12 ธันวาคม 2552 ณ สถาบันปรีดี พนมยงค์ ตั้งแต่เวลา 10.00 น.

Twitter

  • รายการที่ช่องวิทยุ 96.50 ช่วง 6.30น. โดนถอดจากผังฟ้าผ่า การแทรกแซงสื่อของรัฐบาลอภิสิทธิ์ เปราะบางเป็นอย่างมาก 1 month ago
  • Update เรื่องที่ http://www.paganini599.wordpress.com เข้าไปอ่านได้ครับ 1 month ago
  • พบกันในงานหนังสือบู๊ธ Alternative Writers O15 นะครับ 2 months ago
  • พรุ่งนี้จัดบู๊ธ ขายงานมหกรรมหนังสือ ที่ศูนย์สิริกิติ์ 2 months ago
  • ทำให้เดือนนี้สบายตัวจนถึงสิ้นเดือน 2 months ago

เรื่องรักธรรมดา: เรื่องรักที่คุณจะไม่มีวันลืม

รวมเรื่องสั้นว่าด้วยความรัก จากปลายปากกาหลายนักเขียนร่วมสมัย

RSS บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด

  • ปี๊ปพลาสติกเล็ก
    ปี๊ปพลาสติกเล็ก หรือ ปี๊ปเล็ก มีขนาดเล็กลงมาจากปี๊ปกระจกใหญ่ สามารถนำไปใส่ขนมปังไส้ประรด ไส้ครีมกลิ่นต่าง ๆ เชสชีส ทองม้วน ขนมอบกรอบ ปี๊ปเล็กนี้มีความกว้าง 17.50 เซ็นติเมตร หนา 14.50 เซ็นติเมตร โดยมีความสูงอยู่ที่ 24 เซ็นติเมตร […]
  • ปี๊ปกระจกใหญ่
    ปี๊ปกระจกใหญ่ผลิตจากเหล็กพิมพ์สีเกรดอาหาร กระจกซีลด้วยกาวป้องกันอากาศเข้า ปี๊ปกระจกใหญ่สามารถใส่ขนมได้หนักถึงห้ากิโลกรัม เหมาะสำหรับนำไปใส่ขนมปัง บิสกิต ทองม้วน ขนมขาไก่ […]
  • บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด
    บริษัท เง็กโลหะเจริญ จำกัด ตั้งอยู่ ณ เลขที่ 9/8 หมู่ที่ 9 ตำบลบางช้าง อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม รหัสไปรษณีย์ 73110 โทรศัพท์ 034-295-424 โทรสาร 034-295-283 […]

Flickr Photos

Pillow of Snow

18.12 snowflake - #2 in explore

somewhere

More Photos

วันเวลาที่ผ่านเลย

ธันวาคม 2009
พฤ อา
« พ.ย.    
 123456
78910111213
14151617181920
21222324252627
28293031  

RSS บทความจาก thaiwriter.net

  • เรื่องน่ารู้ (หรือเปล่า?) เกี่ยวกับรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ธันวาคม 18, 2009
    Other Author
  • สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ตุลาคม 28, 2009
    สัมภาษณ์อรุณธาตี รอย : นักเขียนชื่อก้องโลกกับโลกาภิวัตน์ ภัควดี วีระภาสพงษ์ นักวิชาการและนักแปลอิสระ หมายเหตุ บทความแปลชิ้นนี้ ได้รับมาจากผู้เขียน ทางกองบรรณาธิการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนต้องขอขอบคุณเอาไว้ ณ ที่นี้ ต้นฉบับของบทความนี้ชื่อ Superstars and Globalization: Interviewing Arundhati Roy by Sonali Kolhatkar, Znet (บทความเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา) บทความฟรี […]
    Other Author
  • ขอเชิญร่วมงานมหกรรมหนังสือครั้งที่ 14 ตุลาคม 13, 2009
    ในงานมหกรรมหนังสือ ครั้งที่ 14 พบกับบู๊ธ ALTERNATIVE WRITERS หมายเลขบู๊ธ O15 โซนซีชั้นหนึ่ง ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 15 – 25 ตุลาคม 2552 ระหว่างเวลา 10.00น.-20.30 น. ที่บู๊ธพบกับหนังสือจากสำนักพิมพ์ต่าง ๆ ที่น่าสนใจมากมายอาทิเช่น สำนักพิมพ์เม่นวรรณกรรม สำนักพิมพ์ไต้ฝุ่น ของปราบดา หยุ่น สำนักพิมพ์กำมะหยี่ ผู้จัดพิมพ์งานของมูราคามิ สำนั […]
    Niwat Puttaprasart
  • ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา กันยายน 28, 2009
    ปีศาจของกาลเวลา : การรื้อฟื้นงานเสนีย์ เสาวพงศ์ในยุคแสวงหา ประจักษ์ ก้องกีรติ : เขียน คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เกริ่นนำ ราวปี 2513 ท่ามกลางบรรยากาศของสังคมไทยยุค "แห่งการพัฒนา", "อเมริกันในไทย" และ "เผด็จการคณาธิปไตย" แม้จะไม่ใช่ปีที่สลักสำคัญจนถูกบันทึกหรือได้รับการจดจำเป็นพิเศษ ในหน้าปฏิทินประวัติศาสตร์ไทย แต่เป็นปีท […]
    Other Author
  • Second Life: ขอต้อนรับสู่โลกเสมือนจริง สิงหาคม 27, 2009
    strong>Second Life: ขอต้อนรับสู่โลกเสมือนจริง [caption id="" align="alignnone" width="455" caption="Second Life"][/caption] จากบุปฝาชนสู่โลกออนไลน์ ในยุค 60 บุปผาชนเบ่งบานจัดตั้งชุมชนอิสระตั้งแต่ซานฟรานซิสโก แอลเอ และนิวยอร์ค พวกเหล่าปัจเจกชนผู้ต่อต้านวัฒนธรรมได้ยึดหัวหาดต่อรองอำนาจ มีแนวคิดในด้านเสรีภาพ การเมือง แล […]
    Niwat Puttaprasart
  • Günter Grass: นักเขียนรางวัลโนเบลสาขาวรรณกรรม ปี 1999 สิงหาคม 4, 2009
    สมเกียรติ ตั้งนโม: แปล พิมพ์ครั้งแรก : มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน [caption id="" align="alignnone" width="445" caption="Günter Grass"][/caption] กุนเธอร์ กราสส์ (Günter Grass) เกิดในปี ค.ศ.1927 ในเมือง Danzig-Langfuhr * จากครอบครัวเลือดผสมโปลิช-เยอรมัน ภายหลังจากรับใช้ชาติด้วยการเป็นทหาร และประสบชะตากรรมการตกเป็นเชลยสงครามโด […]
    Other Author
  • สายสัมพันธ์อันแปลกประหลาด สิงหาคม 3, 2009
    [caption id="" align="alignnone" width="284" caption="โปสเตอร์ All About My Mother"][/caption] Todo sobre mi madre: All about my mother: สายสัมพันธ์อันแปลกประหลาด สายสัมพันธ์อันแปลกประหลาด คือแกนกลางที่เปรโด อัลโมโดวาร์ (Pedro Almodóvar) นำเสนอผ่านผลงานภาพยนตร์ของเขามาโดยตลอด ไม่ว่าเขาจะเป็น Talk To Her (Hable con ella […]
    paganini
  • Persona : ความสัมพันธ์จากด้านใน กรกฎาคม 28, 2009
    Ingmar Bergman เป็นผู้กำกับหนังชาวสวีเดนที่มีผลงานการกำกับหนังที่โดดเด่นมากที่สุดคนหนึ่งของโลก เขาไม่ได้สร้างหนังเพียงเพื่อบอกเล่าเรื่องราว หรือระบายออกทางความต้องการของตน ทว่าหนังของเบิร์กแมนทะลุทะลวงเข้าสู่ด้านลึกของมนุษย์ ความปรารถนาอันเร้นลับภายในถูกขับดันออกมา ผ่านบุคลิกภาพซับซ้อน -- ภาพ เสียง และเนื้อในของหนัง มันเผยให้เห็นมนุษย์ในแง่งดงาม-อัปลักษณ์ ที […]
    paganini
  • ที่เรียกว่าอำมาตยาธิปไตย กับทุนนิยมสามานย์ กรกฎาคม 27, 2009
    เมื่อ 7 ปีก่อน ในงานรำลึกทศวรรษพฤษภาประชาธรรม วันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2545 ผมได้ร่วมอภิปรายหัวข้อ "10 ปีพฤษภา ความทรงจำของสังคมกับการปฏิรูปการเมือง" ณ ห้องประชุม อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว กับผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่ง รวมทั้ง คุณคำนูณ สิทธิสมาน สื่อมวลชนอิสระซึ่งปัจจุบันเป็นสมาชิกวุฒิสภา […]
    Other Author
  • หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว กรกฎาคม 24, 2009
    อิทธิพลของสัจนิยมมหัศจรรย์เดินทางถึงละตินอเมริกาในช่วงกลางศตวรรษที่ยี่สิบ บทความที่ถูกอ้างอิงถึงมากที่สุด ซึ่งเกี่ยวข้องกับพัฒนาการของสัจนิยมมหัศจรรย์ในวรรณกรรมละตินอเมริกาเขียน […]
    Other Author

Watch videos at Vodpod and other videos from this collection.

ratedTop

Since May 2008

  • 22,431 hits