Alpha Design Labs ADL H118 และ IHP-35X


หูฟังและสาย สุด Hi-End

หากเอ่ยชื่อ Alpha Design Labs หรือ ADL หลายคนอาจจะไม่คุ้นชื่อมากนัก แต่ถ้ากล่าวถึงยี่ห้อ Furutech นักเล่นเครื่องเสียงทุกคนก็จะร้องอ๋อในทันที โดยปกติ Furutech ผลิตสายสัญญาณ สายไฟ ปลั๊กไฟ คอนเน็กเตอร์หัวต่างๆ สำหรับงานออดิโอโดยเฉพาะ มีผลิตภัณฑ์ออกมาหลายรูปแบบ หลายท่านที่เคนใช้งานสินค้าของ Furutech ก็จะทราบว่าแนวทางและบุคลิกของของเขาจะออกไปในแนวสะอาด เป็นกลาง และเสียงค่อนข้างจะใสนิ่ง แยกแยะดนตรีรายละเอียดได้ดี และตัวสินค้าทุกชิ้นออกแบบมาอย่างดี วัศดุที่ใช้ในแต่ละรุ่นก็คงทนแข็งแรง ที่สำคัญคือราคาค่าตัวกับคุณภาพไปด้วยกันได้ พูดให้เข้าใจง่ายคือสมราคาค่าตัวทุกคุณภาพที่ผู้ใช้จ่ายเงินไปนั่นเอง

ไม่นานมานี้ Furutech เริ่มขยับขยายไลน์การผลิตอีกครั้ง โดยผลิตสินค้าเพิ่มขึ้น ที่น่าสนใจก็คือได้ผลิตหูฟังแบบครอบหูออกสู่ตลาด โดยใช้นามว่า Alpha Design Labs ในขณะนี้ออกมาเพียงรุ่นเดียวคือรุ่น H118 ที่ผมชอบใจมากก็คือหูฟังรุ่นนี้สามารถถอดเปลี่ยนสายสัญญาณได้ ซึ่งผมได้มาพร้อมกับสายสัญญาณ IHP-35X อันเป็นสายสัญญาณของ Furutech มองเพียงภายนอกก็ต้องร้อง “ว้าว” กันเสียแล้ว

รูปลักษณ์ภายนอกและภายใน

ADL H118 บรรจุอยู่ในกล่องอย่างดี กล่องชั้นแรกเป็นแจ๊คเก็ตแบบถอดเข้าออกได้จากด้านข้างโดยไม่ต้องฉีกทำลายตัวกล่อง เมื่อดึงแจ๊คเก็ตกล่องออกมาแล้วจะพบกับกล่องกระดาษสีดำเป็นชั้นที่สอง แล้วเมื่อเปิดกล่องสีดำจะพบกระเป๋ารูปทรงไข่วงลีสีดำซึ่งมีความแข็งแรงทนทานวางอยู่ ภายในกล่องมาพร้อมกับคู่มือการใช้ ที่เป็นภาษาญี่ปุ่นกับอังกฤษ ผมค่อยๆ รูดซิป เปิดกระเป๋า หูฟังจะถูกพับให้เข้ากับรูปทรง และอีกด้านหนึงของกระเป๋าจะเป็นช่องเก็บสายสัญญาณ และตัวเชื่อมต่อ

หูฟัง ADL H118 มีขนาดใหญ่สีดำ หูครอบทำจากหนังเทียมหุ้มด้วยฟองน้ำ มีความนุ่มแต่ไม่ถึงกับหยุ่นมาก ขนาดใหญ่สามารถครอบหูทั้งหูเอาไว้ ด้านในส่วนที่ครอบหู ตัวฟองน้ำหนา ออกแบบเป็นรูปสามเหลี่ยม มุมด้านบนสูงยาวเื่อให้ครอบใบหูได้ทั้งใบใบ ระหว่างไดรเวอร์ของหูมีผ้าสีดำบางกั้นอีกชั้นหนึ่ง ส่วนด้านนอกของหูฟังประดับตราสินค้าของ Alpha Design Labs สีเงินเงาแวววาวและสวยงาม บิรเวณก้านครอบสามารถเลื่อนเข้าออกได้ทั้งสองด้านเพื่อปรับให้เข้ากับศีรษะ ด้านในด้านบนสุดตรงที่ครอบศีรษะบุฟองน้ำเอาไว้เช่นกัน เพื่อป้องกันไม่ให้การสวมใส่เป็นอันตรายหรือสามารถสวมได้สบายขึ้นเมื่อปรับตัวครอบให้พอดีกับศีรษะ แม้ในยามที่นำหูฟังมาคล้องเอาไว้ที่คอยามที่ไม่ได้สวมหูฟัง หรือพักการฟังชั่วคราว ก็ไม่ทำให้ต้นคอได้รับบาดเจ็บ ตัวงานของหูฟังทำอย่างปราณีต สวยงาม แลดูคงทน รับมือกับการใช้งานหนักได้เป็นอย่างดี และทำจากวัสดุชั้นดี

น้ำหนักตัวของ ADL H118 อยู่ที่ 245 กรัม โดยยังไม่รวมน้ำหนักของสาย ซึ่งถือว่าเป็นน้ำหนักที่เบาพอสมควร ทำให้การสวมใส่เป็นเวลานานไม่เป็นภาระต่อศีรษะหรือหูแต่อย่างใด ส่วนช่องต่อสาย (Connector) อยู่ทางด้านหูฟังซ้าย เป็นขั้วในแบ mini XLR ขาเพลตเป็นแบบสามขา ทำจากโรเดียมปราศจากสนามแม่เล็ก หูฟังออกแบบมาให้ลดเสียงซาวด์จากรอบข้าง เมื่อลองสวมโดยไม่เปิดเพลง ได้รับความเงียบสงัดเป็นอย่างมาก ยิ่งถ้าอยู่ในห้องที่ปราศจากเสียงรบกวน จะยิ่งทำให้รอบข้างเกิดมิติความเงียบลึก

ไดรเวอร์ของหูฟังมีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 40mm ผลิตจากวัศดุคุณภาพชั้นยอด ทำจาก speacial high-flux magenet และ coper-coated special aluminum alloy wire โดยตัวไดอะแกรมของหูฟังตัดขึ้นอย่างปราณีต ทำให้หูฟังตัวนี้มีความไวอยู่ที่ 98db SPL (1mW) ที่ 1kHz และสนองความถี่ระหว่าง 20Hz-20kHz ซึ่งลำโพงตั้งพื้นบางตัวยังไม่สามารถลงความถี่ต่ำได้ถึงค่าดังกล่าวได้เลย เราต้องมาลองฟังกันว่า ระหว่างสเปคกับการใช้งานจริงจะเป็นอย่างไร ส่วนความต้านทานอยู่ที่ 68 โอห์ม ที่ 1 กิโลเฮิร์ส

มาลองชมสายที่ทาง ADL H118 ให้มานะครับ ต้องบอกว่ามันเป็นไฮไลต์ของหูฟังตัวนี้อย่างมากมาย ตัวสายสีดำฉนวนยางมีความยืดหยุ่นต่อการเคลื่อนที่หรือขยับไปมาทุกทิศ โดยมีความยาวถึงสามเมตร ซึ่งยาวมากสำหรับสายหูฟัง คอนเน็คเตอร์ตัวเมียทำจากโรเดียม ปุ่มล็อคแม้จะเล็กแต่ดูแข็งแรงมั่นคง คอนเน็คเตอร์ตัวผู้เป็นแบบมินิ (3.5มิลลิเมตร) เคลือบทอง ทาง ADL H118 แถมอแดปเตอร์สำหรับคอนเน็คเตอร์ตัวผู้ตัวใหญ่ (6.3 มิลลิเมตร) มาให้ สามารถสวมทับกับคอนเน็คเตอร์มินิได้ทันทีโดยการหมุนเกลียว ซึ่งตัวนี้เป็นตัวที่ดีมากนะครับสำหรับคนที่จะฟังเพลงจากอินทิเกรดแอมป์ หรือรีซีฟเวอร์ ตัวคอนเน็คเตอร์ตัวนี้ช่วยให้ผู้ใช้ไม่ต้องไปหาซื้อมาเพิ่ม และคุณภาพของ Furutech ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว

ในการทดสอบครั้งนี้ทางตัวแทนจำหน่ายได้ส่ง Furutect iHP-35X มาด้วย ผลิตภัณฑ์ตัวนี้คือสายมินิ XLR และปลายเป็นขั้วมินิ สำหรับเปลี่ยนสายหูฟัง ตัวขั้วทั้งสองข้างทำมาจากโรเดียม มีความยาว130 เซ็นติเมตร ซึ่งสั้นกว่าตัวสายที่ติดมากับหูฟัง (แต่รุ่นที่สายยาว 300 เซ็นติเมตรก็มีจำหน่าย)

นอกจากหูฟังของ ADL แล้วสายตัวนี้ยังสามารถใช้กับหูฟังของ AKG Studio, Studio MKII series, Q701 และ Pioneer HDJ-200 ซึ่งทำให้สายเส้นนี้สามารถนำไปใช้กับหูฟังไฮเอนด์มืออาชีพอื่นๆ ได้อีกกว้างขวาง

Setup

ในการทดสอบครั้งนี้ผมใช้ ADL H118 กับ ไอโฟน 5, ไอแพด 2 และฟังผ่าน iMac ซึ่งสตรีมไฟล์ผ่าน Music Streemer II โดยผ่าน Dock ของ Bose อีกชั้นหนึ่ง

ขั้นแรก การใช้งาน ADL เพียงแค่คลายหูฟังที่พับออกอยู่ออกมา ผมนำสายหูฟังที่มากับกล่อง โดยเสียบขั้ว Mini XLR เข้ากับหูฟังด้านซ้าย สังเกตว่าขั้วมินิจะมีร่องให้เสียบพอดี ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่าจะเสียบขาผิด เพราะถ้าเสียบผิดตัวล็อคก็จะไม่ล็อค ถ้าหากจะเอาสายออกเพื่อเก็บหูฟังก็เพียงกดล็อคออกแล้วดึงสายออกได้เลย ตัวสายค่อนข้างนิ่มและสามารถยืดหยุ่นไปตามทิศทาง แม้สายจะยาว แต่สะดวกถ้าฟังจากคอนโซลที่มีขนาดใหญ่

การพับหูเก็บกลับหลังเลิกฟัง เพียงแค่ดันหูสองข้างออกไปด้านนอก แล้วพับเข้าข้างในก็จะเก็บได้อย่างง่ายๆ การพับหูเก็บ หากทำผิดอย่าไปฝืนนะครับ เพราะทาง ADL ออกแบบมาให้ทิศทางต่างๆ สามารถหักเหข้อต่อได้ตามกำหนดเท่านั้น ถ้าฝืนอาจจะเสียหายได้

เริ่มต้นใช้งาน

เมื่อลองสวม ADL H118 ครอบหูทั้งสองข้าง แล้วปรับขนาดให้พอดีกับศีรษะ พบว่า ADL H118 ให้ความเงียบสงัดค่อนข้างมาก จนเกือบจะเงียบสนิท กล่าวได้ว่าการออกแบบทำมาได้ดี เพราะยิ่งขจัดเสียงรบกวนจากภายนอกได้มากเท่าไหร่ ก็จะได้ยินเสียงเล็กๆ น้อยๆ มากขึ้นเท่านั้น เมื่อสวมสักครู่ ผมรู้สึกว่าแรงรัดระหว่างหูทั้งสองข้างค่อนข้างตึงแน่น แต่เมื่อสวมไปสักพักจะรู้สึกดีขึ้น แรงที่ว่ารัดหนักไปหายไปเอง คงเป็นเพราะความไม่คุ้นเคยมากกว่า ผมมีความเห็นว่าหูทั้งสองควรจะมีแรงรัดที่แน่นพอสมควรดีกว่าหลวม เพราะถ้าหลวมแล้วเมื่อฟังไปนานๆ ตัวครอบหูจะร่วงหลุดออกมาได้ (จากประสบการณ์ใช้หูฟังแบบครอบหูคุณภาพต่ำของผู้เขียน) จากนั้นผมเริ่มเปิดเพลงแรกจากเพลย์ลิสต์ของไอโฟน เริ่มด้วยเพลงแจ๊สสแตนด์ดาร์ด โดยมาเรียแจ๊สทรีโอนักร้องเสียงหวาน ในเพลง Make Someone Happy อันประกอบไปด้วยกีตาร์แจ๊ส ดับเบิ้ลเบส และเสียงร้อง เรียกว่านำเอาสไตล์เพลงร้องเก่าๆ มาบรรเลงใหม่ เสียงกลางที่ ADL H118 แสดงออกมาทำให้ผมถึงกับต้องตั้งใจฟังในทันที เพราะมันเต็มไปด้วยความนิ่ง เรียบ การจับจังหวะช่องไฟของเสียงมีระเบียบเรียบร้อย ความชัดเจนของเสียงทำได้อย่างเด็ดขาด โดยเฉพาะเสียงกีตาร์นั้นออกไปในแนวสมจริง มีความใส และลากยาวของปลายเสียง

ต้องยอมรับว่าเสียงของ ADL H118 ทำให้ผมเริ่มต้นด้วยความประหลาดใจเป็นอย่างมาก แม้ว่ายังไม่เบิร์นหูฟังเลยแม้แต่นาทีเดียว ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าหูฟังที่นำมาทดสอบนั้นผ่านการใช้งานมามากน้อยหรือไม่ ดูจากภายนอกค่อนข้างใหม่มาก ผมจึงตัดสินใจฟัง ADL H118 ต่อไปอีกสักระยะหนึ่ง ก่อนจะเริ่มต้นจับแนวทางของบุคคลิกอย่างจริงจังอีกครั้ง

ผมจึงปล่อยให้ ADL H118 เล่นเพลงหลากหลายแนวผ่านเพลย์ลิสต์ไปเรื่อยๆ สิ่งที่พบคือว่าเมื่อสวมหูครอบไปนานๆ จะเกิดอาการร้อนที่ใบหู ซึ่งก็เป็นเรื่องปกติอีกเช่นกันสำหรับการใช้หูฟังแบบครอบ แต่เมื่อใช้จนชินอาการดังกล่าวก็จะหายไป อาการนี้ต่างจากอาการล้าหูอย่างที่เราเคยได้ยินกันนะครับ อาการอ่อนล้าในหูส่วนใหญ่เกิดจากเสียงที่ส่งมาจากแหล่งกำเนิดเสียง หรือลำโพงที่มีคุณภาพไม่เพียงพอ ลองนึกถึงว่าเรายืนฟังเสียงประกาศหรือเพลงจากลำโพงงานวัดนะครับ เราจะฟังได้เพียงเล็กน้อยแล้วเกิดปวดหู เมื่อฟังไปนานๆ จะรู้สึกว่าหนัก หรือฟังแล้วรู้สึกเหนื่อย ไม่ได้เป็นเฉพาะหูฟัง แต่ลำโพงวางหิ้ง ตั้งพื้น ล้วนเป็นกันหมด แต่กับ ADL H118 ไม่เป็นอย่างนั้น แต่ถ้าท่านผู้อ่านรู้สึกว่าเมื่อยล้าก็ควรหยุดฟัง และพักผ่อน เพราะบางคนที่ไม่คุ้นเคยกับการใช้หูฟัง ก็มักจะมีอาการร่างกายต่อต้านในครั้งแรกที่ใช้

เมื่อผ่านไปสักยี่สิบชั่วโมง ผมกลับมาฟัง ADL H118 อย่างจริงจังอีกครั้ง โดยครั้งนี้เริ่มจากผลงานเพลงของเปียโนแจ๊สรุ่นใหม่ Brad Mehldau Trio ที่สร้างสรรค์ผลงานเพลงแจ๊สได้อย่างยอดเยี่ยมมากมายหลายชุด ในอัลบัม Day is Done นำเพลงจากยุคต่างๆ มาตีความใหม่ได้อย่างงดงาม ผมเริ่มฟังเพลง No Moon At All กับเพลงเอกของอัลบัม Day is Done ต้องกล่าวว่าเสียงเปียโนที่ใสกระจ่าง มีความสมจริงเป็นอย่างมาก เหมือนนั่งฟังในห้องที่สงัดเงียบ กับนักเปียโน เสียงดับเบิ้ลเบสมีความสดแบบไลฟ์ เสียงต่ำลงได้ลึก มีน้ำหนัก ควบคุมจังหวะของวง ขณะที่เสียงกลอง ฉาบ แฉ เสียงกรุ๋งกริ๋งของเสียงแหลมนั้นบาดใจยิ่งนัก มันแผ่กระจายเสียงออกไปยาวนาน

การแยกแยะเวทีเสียงทำได้อย่างจะแจ้งแม้จะเป็นหูฟังก็ตาม ตำแหน่งชิ้นดนตรีทำออกมาได้อย่างเหลือเชื่อ อิมเมจของวงใหญ่โตกว่าที่คิด หากลองหลับตานึกว่าเปียโนตรงกลาง กลอง เบส ซ้ายขวา รูปวงความกลมกลืนที่สุดยอดมาก

จากนั้นผมสลับไปฟังเพลงร้องหวานๆ ของนักร้องสาวรัสเซีย Viktoria Tolstoy ในเพลง Our Man เมื่อหลับตาฟัง เสียงร้องหวานหยดย้อย เสียงเปียโนใสเริงร่า เบสต่ำลึก แซกโซโฟนมีเนื้อเสียงหวานใหญ่

บุคลิกของ ADL H118 คือความนิ่งสงัด เสียงกลางมีความสะอาดหมดจด ชัดกระจ่างแต่ไม่ขึ้นขอบคม เป็นเสียงกลางที่ออกไปในทางกลมกล่อม ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่โดดเด่นมาก เสียงแหลมมีความใสและสะอาดเช่นเดียวกับเสียงกลาง เสียงฉาบไม่วูบหายไปรวดเร็ว แต่ยังแผ่คลื่นในอากาศ เสียงเบสลงได้ต่ำ โดยเฉพาะดับเบิ้ลเบสที่เป็นอคูสติก แม้กลับไปฟังเพลงร็อคคอาจจะไม่ดุเดือดนัก เมื่อเทียบกับแนวดนตรีอคูสติกแล้วไปด้วยกันได้มากกว่าเพลงร็อคหนักๆ

รายละเอียดของบรรยากาศที่ได้จาก ADL H118 นั้นน่าทึ่งมาก เมื่อลองฟังเพลงแจ๊สที่บันทึกการแสดงสดในวิลเลจแวนการ์ด (สถาบันแจ๊สแห่งโลก-โดยผู้เขียนเอง) เราจะได้ยินเสียงเล็กๆ น้อยๆ รายรอบหูของเรา เสียงคนพูดคุย เสียงแก้วกระทบกัน หรือแม้แต่เสียงจากในห้องอัด ซึ่งผมสามารถจับเสียงหายใจ เสียงเก้าอี้ที่เล่นหน้าเปียโนตอนที่เพลงค่อยๆ แผ่วเบา ต้องยอมรับเลยนะครับว่านี่เป็นหูฟังที่แจกแจงรายละเอียดเสียงเล็กน้อยได้อย่างจะแจ้ง และเมื่อแผ่นไหนอัดเสียงมาไม่ดี มันก็แสดงออกมาเป็นแบบนั้น ไม่มีการเติมแต่งให้คลื่นเสียงผิดเพี้ยน

เมื่อฟังสายและตัวแจ๊คคอนเน็คเตอร์เพลตทองที่ติดมากับหูได้สักพัก ผมจึงเปลี่ยนไปทดลอง Furutect iHP-35X บ้าง สายตัวนี้มีความยาวต่างจากตัวสีทองเกือบครึ่งหนึ่ง และการที่เป็นโรเดียมทั้งขาเข้าขาออก ก็เป็นสิ่งที่น่าสนใจไม่น้อย ผมเริ่มฟัง Furutect iHP-35X โดยไม่ได้เบิร์นก่อน (เนื่องจากเวลาในการเทสต์มีจำกัด) การทดสอบ ผมเริ่มในแบบ Shoot Out คือ เทียบกันกับเพลงเดียวกัน

ผมได้เปลี่ยน Furutect iHP-35X แล้วกลับมาเล่นเพลงเดียวกันกับสายที่ติดมากับเครื่องในทันที เพื่อการเปรียบเทียบ บุคลิกของ ADL H118 แทบจะไม่ถูกทำลายไปด้วยสายสัญญาณที่เปลี่ยน ถามว่ามันมีข้อดีไหม เป็นข้อดีนะครับ เพราะเท่ากับว่าตัวหูฟังมีบุคลิกที่มั่นคงมาก แต่ถ้าถามให้ลึกว่ามีความแตกต่างไหม มีครับ โดยเฉพาะเสียงกลางตัว Furutect iHP-35X ให้ความชัดขึ้นมาในสเต็ปหนึ่ง และเสียงแหลมดูมีความสดขึ้นกว่าเดิม สายที่มากับหูให้ความอบอุ่นมากกว่า ส่วนสาย Furutect iHP-35X ให้ความกระจ่างชัดขึ้น หมอกมัวๆ ดูจะแจ่มแจ้งขึ้น แต่ถ้าไม่มีการเทียบกันแบบตัวต่อตัว ผมบอกได้เลยว่าสายทั้งคู่มีคุณค่าที่ยอดเยี่ยมมาก บุคลิกที่แตกต่างกันคือ Furutect iHP-35X ให้เสียงที่เปิดกว่า โล่งกว่า ส่วนสายที่มากับหูฟังให้ความอบอุ่น ทำให้ไม่สามารถฟันธงได้ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน แต่ถ้าท่านผู้อ่านอยากจะนำเจ้า ADL H118 ไปฟังนอกสถานที่ Furutect iHP-35X ก็มีประโยชน์มาก เพราะสายที่สั้นกว่าทำให้สะดวกในการพกพา

บทสรุป

หากท่านผู้อ่านกำลังมองหาหูฟังสตูดิโอ ADL H118 และ สายสัญญาณ Furutect iHP-35X เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจมาก โดยเฉพาะการแจกแจงรายละเอียดของเสียงในทุกย่านความถี่ ADL H118 มีความเป็นกลางทางเสียง ไม่จัดจ้าน ไม่คมบาดหู เสียงกลางที่นิ่งเรียบ บรรยากาศของเพลงล้วนทำให้การฟังเพลงเต็มไปด้วยความงดงาม

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s