DLS Flatbox and Flat Sub Stereo-One: Absolute Rock’n Roll


DLS ก่อตั้งตั้งแต่ช่วงปี 1980 เมื่อครั้งเริ่มต้นทาง DLS ผลิตเพียงลำโพงสำหรับรถยนตร์ ชื่อเสียงของบริษัทโด่งดังขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในสวีเดนและยุโรป กระทั่งเร่ิมผลิตไดรเวอร์และทวีตเตอร์เอง ในที่สุดทาง DLS เริ่มจับตลาดลำโพงโฮมยูสก็สร้างความน่าสนใจไม่น้อย โดยเฉพาะในเรื่องการดีไซน์ กับการใช้งานที่แตกต่างไปจากลำโพงทั่วไปอย่างเด่นชัด

ทางกองบรรณาธิการเดอะเวฟได้ส่ง DLS Flatbox and FlatSub Stereo-One On The Wall Speaker 2.1 Chanel มาให้ทดสอบ ต้องขอกล่าวตั้งแต่แรกพบว่าน่าทึ่งมาก

รูปลักษณ์ภายนอก และภายใน

DLS Flatbox และ FlatSub Stereo-One ประกอบไปด้วย ลำโพง Flatbox XL เมื่อแรกเห็นคือความประทับใจเป็นอย่างมาก พอแกะกล่องกระดาษออกมาแล้วจะพบกับตู้ลำโพงที่มีความบางมากๆ บางเพียง 92 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับลำโพงทั่วไปซึ่งจะมีลักษณะที่หนา แม้ลำโพงวางหิ้งขนาดเล็กก็ไม่บางผอมขนาดนี้ อาจกล่าวได้ว่าทาง DLS ซึ่งมีประสบการณ์จากลำโพงรถยนตร์มาก่อน จึงสามารถใช้ความสามารถนั้นออกแบบตู้ลำโพงให้ออกมาได้อย่างโดดเด่น เนื่องมาจากพื้นที่ในรถมีพื้นที่จำกัด สำหรับตัวที่นำมาทดสอบตัวตู้จะเป็นสีขาว (ในรุ่นนี้มีสีขาวและสีดำเปียโน) ขนาดกว้างและสูงของตู้อยู่ที่ 220×630 mm จะว่าไปแล้วส่วนสูงนี้มีขนาดใกล้เคียงลำโพงตั้งพื้น เพียงแต่ความสูงอาจจะต่ำกว่า

สิ่งที่สร้างความประทับใจมากๆ ก็คือ หน้ากากลำโพงเขาแถมมาให้ถึงสองอัน สองสี คือสีขาวและสีดำ เผื่อว่าใครจะชอบสีไหนมากกว่าเมื่อติดตั้งบนผนังแล้ว สามารถสับเปลี่ยนให้เข้ากับการตกแต่งตามสไตล์

Flatbox XL เป็นลำโพงในแบบสองทาง Bass reflex ด้านบนของลำโพงออกแบบเป็นช่องระบายลม ลำโพงไดร์ฟเวอร์สองตัวขนาด 4 นิ้ว ทวีตเตอร์แบบซอฟต์โดม ขนาด 30 mm สนองความถี่ที่ 65-25000 เฮิร์ส ความต้านที่ 4 โอห์ม ความไวอยู่ที่ 89 db ต่อวัตต์ ต่อเมตร น้ำหนักตัวอยู่ที่ 5.9 กิโลกรัม ไม่หนักเกินกว่าจะแขวนบนผนัง

ด้านหลังลำโพงฝาทำจากไฟเบอร์สีดำแข็งแรง โดยเจาะตัวแขวนผนังเอาไว้ในทุกตำแหน่งที่สำคัญ ตัวเชื่อมสายลำโพงแบบซิงเกิลไวร์ อยู่ด้านล่างสุดของตัวตู้ คอนเน็คเตอร์ออกแบบมาได้ดีแข็งแรง และสามาถใช้กับสายลำโพงขนาดกลางได้อย่างสบาย

ส่วน FlatSub Stereo-One แอคทีฟซับวูเฟอร์มีความบางมากเช่นกัน โดยมีความหนาเพียง 155 mm บางจนน่าทึ่ง โดยมีขนาดกว้างและยาวที่ 550×300 mm น้ำหนักเพียง 8.5 กิโลกรัม สเตริโอวันบลิวด์อินแอมป์ 80 w สำหรับซับฯ บวกกับแอมป์ 35 วัตต์ x 2 คลาส D สำหรับขับลำโพงสองแชลแนล

ลำโพงซับวูเฟอร์ขนาดเจ็ดนิ้ว มาพร้อมกับ passive radiator ขนาดเท่ากันคือ 7 นิ้ว จุดตัดความถี่สำหรับอยู่ที่ 50-250 Hz low สเตริโอวันตัวนี้ยังสามารถปรับเบส EQ +-5 db@35Hz ด้านหน้าซับฯ มีแผงควคุมความดัง (Volume) และตัวปรับจุดตัดความถี่ของเสียงต่ำ

ด้านหลังลำโพงมีตัวเชื่อมต่อหลายทางตั้งแต่ คอนเน็คเตอร์ลำโพงสองชุด หนึ่งชุดสำหรับเชื่อมต่อลำโพง Flatbox อีกชุดสำหรับเชื่อม High Level Input

ส่วน Line input มีช่อง Aux สำหรับ มินิปลั๊คขนาด 3.5mm, RCA Line low level และ USB ในส่วนของปลั๊คสายไฟสามารถปรับเปลี่ยนได้ ในกล่องได้มีแถมคอนเน็คเตอร์รูปแบบต่างๆ มาให้มากมาย ทั้งสำหรับหัวปลั๊คไฟ หรือตัวเชื่อ RCA ทำให้สะดวกสบายต่อการเริ่มใช้งาน

สเตริโอวันตัวนี้สามารถทำไปแขวนเอาไว้บนผนังก็ได้ เพราะน้ำหนักตัวไม่หนักมาก และทาง DLS ก็ออกแบบมาสำหรับติดผนังโดยเฉพาะ หรือถ้าจะวางบนพื้นก็ไม่มีปัญหาแต่อย่างใด

การเซ็ตติ้ง

การจัดลำโพง DLS Flat Box และซับวูเฟอร์ สเตริโอวัน ถือเป็นงานหนักเอาการ ผมคิดว่าถ้าท่านผู้ฟังกำลังทำบ้านใหม่ หรือห้องนั่งเล่น ที่ไม่ต้องการทำให้เป็นห้องฟังเพลงในรูปแบบที่ดูซีเรียสจนเกินไป แต่ต้องการให้เป็นห้องสันทนาการสำหรับคนในบ้าน ทั้งดูหนังฟังเพลงทำกิจกรรมต่างๆ ได้หลากหลาย อาจจะเป็นห้องรับแขก หรือห้องอ่านหนังสือ DLS Flat Box เป็นลำโพงที่ออกแบบมาอย่างสวยงาม เหมาะกับบ้านที่ตกแต่งในแบบมินิมัลลิสต์ ลำโพงแฟลตบ๊อกดูเรียบ แต่สวยงาม เหมือนเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งชิ้นหนึ่ง และไม่ทำให้ห้องของท่านดูมีสิ่งที่แปลกไปจากของตกแต่งอื่นๆ

แต่กระนั้นก่อนทำห้อง สิ่งที่ต้องคิดเอาไว้ก่อนก็คือการเดินสายลำโพงและปลั๊กไฟ ซึ่งผมคิดว่าถ้าคิดเอาไว้ล่วงหน้าจะลดปัญหาเรื่องการซ่อนสายไม่ให้รกรุงรัง และง่ายต่อการต่อสายเข้ากับเครื่องเล่น ลองปรึกษาตัวแทนจำหน่ายดูนะครับ ว่าจะออกแบบอย่างไร

ตามคู่มือแนะนำว่าลำโพงว้ายขวาควรที่จะห่างกันประมาณ 3-4 เมตร สำหรับ 2 แชลแนล ซึ่งก็เป็นค่าคร่าวๆ ซึ่งผมคิดว่ายังไงเสียก็คงต้องมาปรับกันในระหว่างนั่งฟัง

ส่วนการต่อสายต่างๆ เริ่มจาก ต่อสายลำโพงจากซับวูเฟอร์สเตริโอวัน มายัง Flatbox XL สายลำโพงที่เหมาะเป็นสายลำโพงที่มีขนาดกลาง คอนเน็คเตอร์จะเป็นแบบกล้ามปู หรือเข็มก็ได้

ผมวางลำโพงกับขาตั้วไม้ โดยมีความสูงจากทวีตเตอร์อยู่ในระดับหูฟังเมื่อนั่งบนเก้าอี้ โดยลำโพงทั้งสองห่างกันประมาณ 2.3 เมตร และจุดนั่งฟังห่างมาประมาณ 2.3 เมตร ซับวูเฟอร์ตั้งเอาไว้ตรงกลางระหว่างทั้งสองลำโพง

ในการทดสอบครั้งนี้ผมทดสอบการฟังผ่าน iPhone 5s โดยต่อสายผ่านช่อง Aux มินิแจ๊ค 3.5mm

ทดสอบเสียง

ก่อนเปิดซับวูเฟอร์ซับวัน ขอให้เช็คก่อนว่าเมื่อเปิดเครื่องเล่นขึ้นมาแล้ว จำเป็นต้องเช็คโวลุ่มในตัวเครื่องก่อนเล่นทุกครั้ง เพื่อป้องกันเสียงที่ดังจนเกินไป เมื่อแน่ใจว่าโวลุ่มอยู่ในระดับปกติ จึงเปิดเครื่องเล่น

เมื่อเริ่มเล่นเพลงสิ่งที่พบได้ในทันทีก็คือเสียงเบสที่ทรงพลังของสเตริโอวัน การปรับแต่งซีสเต็ม 2.1 (ในทุกๆ ซีสเต็ม) อาจจะยากตรงที่เราจะทำอย่างไรให้เสียง แหลม กลาง ต่ำ มีความกลมกลืนกันพอดี ดังนั้นผมอยากให้ท่านผู้ฟังได้ลองจูนเสียงอย่างค่อยเป็นค่อยไป อย่าใจร้อนหรือด่วนสรุปว่าเสียงของเครื่องเล่นนั้นทำไมถึงเป็นแบบนี้ เมื่อจูนจนเข้าที่จึงมานั่งฟังกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราว และเท่าที่ฟัง ผมคิดว่าจำเป็นต้องเบิร์นลำโพง Flatbox อย่างต่ำห้าสิบชั่วโมง

แต่เนื่องจากมีเวลาในการทดสอบไม่มากนัก ผมขอสรุปดังนี้ เสียงที่ได้จาก Flaxbox XL เสียงกลางมีความสะอาด เรียบ ไม่เจือสีสัน มีความเป็นลำโพงสตูดิโอที่กระจ่าง ไม่อมทึบ หากเสียงร้องมีความนิ่ง หวานนิดๆ แต่ไม่หวานจนเลี่ยน เป็นเสียงในแบบลำโพงสมัยใหม่ แต่ไม่สดจนเกินไป ขณะที่เสียงเบสนั้นให้ความลึก แน่น มีความหนักหน่วง ไม่ลอยเคว้งคว้าง เก็บตัวเร็ว และยังให้ความสะอาดหมดจดทุกตัวโน้ต

เพลงที่ไปด้วยกันได้กับชุดนี้เห็นทีจะเป็นเพลงในแนวร็อคแอนด์โรล หรือเพลงพ็อพทั้งร้องเร็ว ร้องช้า รวมถึงร้องซึ้ง มันไปได้ดีกับเพลงร็อคในชนิดที่ว่าต้องขยับเอวขยับเท้า ได้อารมณ์อย่างสุดๆ เสียงเบสเป็นจุดเด่นที่ฟังแล้วไม่เบื่อ DLS Flatbox และ FlatSub Stereo-One ต้องการห้องที่มีขนาดใหญ่ เสียงที่ได้เต็มพลัง เมื่อเปลี่ยนมาฟังเพลงคลาสสิกในแบบออร์เครสตร้าก็ไม่เลว ซิมโฟนีหมายเลขเก้าของบีโธเฟ่น ให้ความอลังการ์ ส่วนเพลงแจ๊สนั้นอาจจะด้อยเล็กน้อย ความหวานในแบบอคูสติกอยู่ในระดับกลางๆ แต่ก็ใช่ว่าจะฟังไม่ได้

บทสรุป

DLS Flatbox และ FlatSub Stereo-One เหมาะสำหรับห้องขนาดใหญ่ การจัดวางสเตริโอวัน ในทิศทางต่างๆ มีผลต่อเสียงค่อนข้างเยอะ สายสัญญาณ สายลำโพง มีอิทธิพลสำคัญสำหรับเสียงไม่แพ้กัน หากเป็นไปได้ควรเลือกสายลำโพงที่ให้คุณลักษณะที่สดกระจ่าง

ท่านที่ชอบเสียงกลางเรียบสะอาดจะแจ้ง และเบสที่เคลียร์ ซีสเต็มนี้สามารถตอบคำถามนี้ได้ แม้จะเซ็ตอัพตำแหน่งลำโพงยาก แต่ก็คุ้มค่าที่จะเหนื่อยกับการปลุกปล้ำ และสิ่งที่สำคัญ ผมชอบดีไซน์เรียบหรูของ DLS Flatbox และ FlatSub Stereo-One เพราะสามารถตกแต่งให้กลมกลืนกับสภาพห้องได้ดีกว่าลำโพงธรรมดา

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s