Story From Taiwan Chapter 4


ตอนที่ 4

หาซื้อรองเท้าผ้าใบ ไป Beitou Hot Spring และ เวลาค่ำใน Tamsui

ต้องกล่าวว่าเป็นวันที่เราเริ่มออกท่องเที่ยวในไทเปวันแรกหลังจากกรำงานประชุมมาตลอดช่วงสามวัน การเปลี่ยนมานอนที่ Hostel ช่วยปลุกชีวิตนักท่องเที่ยวเดินทางกลับสู่ตัวเราอีกครั้ง ไม่มีรถรับส่ง ไม่มีมื้ออาหารสุดหรู ไม่มีโรงแรมห้าดาว ไม่มีอ่างอาบน้ำ ไม่มีวิวที่หน้าต่าง เรากลับสู่นักท่องเที่ยวอย่างแท้ทรูในบัดดล และสิ่งที่ต้องไปตามซื้ออย่างแรกก่อนออกเดินทางก็คือรองเท้าผ้าใบ เพราะผมไม่ได้ติดรองเท้าผ้าใบมาเลย ใส่รองเท้าหนังเดินท่องเที่ยวคงทำให้สภาพเท้าบาดเจ็บเอาง่ายๆ ดังนั้นช่วงเช้าของวันนี้เราจึงออกไปหาซื้อรองเท้าผ้าใบ จากห้างแถวที่พัก ซึ่งไม่มียี่ห้อที่เราต้องการ ต้องขอบคุณที่ได้นกช่วยโทรถามหายี่ห้อที่เราต้องการได้ แม้จะเสียเวลาในการเดินทางไปห้างโซโก้ ซึ่งมีสองแห่งในที่ใกล้ๆ กัน แล้วเราก็เลือกไปห้างที่ไม่มี (ตามเคย) จึงต้องเดินไปอีกแห่ง และทำให้โปรแกรมช่วงเช้าต้องพังทลายลงเหลือเพียงช่วงบ่าย

ซื้อรองเท้าได้สมใจแล้วถึงเวลาเที่ยงพอดี เราหาข้าวกินกันก่อนเดินทาง ชั้นล่างของโซโก้มีศูนย์อาหารเราจึงลงไปหาอะไรกิน ต้องบอกว่ามันดีมากๆ อาหารน่ากินมาก มีทั้งอาหารญี่ปุ่นจนถึงอาหารไต้หวัน มีทั้งข้าวมีทั้งเส้น อาหารเป็นชุด ราคาก็ใช้ได้อยู่ แต่ให้เยอะสุดๆ และคุณภาพก็ดีมาก รายการอาหารส่วนใหญ่เขียนด้วยภาษาจีน แต่มีรูปภาพให้ไปจิ้มๆ เอาก็ได้ครับไม่ยาก จ่ายเงินสด จากนั้นก็รับตัวเรียกที่เหมือนร้านกาแฟ tom tom ไปหาที่นั่งจองที่กันเพราะช่วงเที่ยงคนเยอะ พออาหารเสร็จสัญญาณจากตัวเรียกก็ดังขึ้น เราก็ไปรับอาหาร ข้อน่าสังเกตคือไม่มีร้านขายน้ำนะครับ มีหรือเปล่าผมไม่รู้เพราะเดินวนไปสองรอบเพื่อหาก็ไม่มี แนะนำว่าให้ไปซื้อน้ำในซูเปอร์ติดตัวมาด้วยจะดีที่สุด

กินข้าวเที่ยงอิ่มแล้วก็ถึงเวลาเดินทาง ตอนแรกคิดว่าจะเอาถุงที่ซื้อรองเท้าไปเก็บที่โรงแรมก่อนดีไหมก็คิดว่าไม่ดีกว่าเสียเวลา นึกได้ว่ารถไฟใต้ดินส่วนใหญ่จะมีล็อคเกอร์หยอดเหรียญให้เช่าอยู่แล้วจึงไม่ต้องเสียเวลา แค่เสียเงินค่าเช่าตู้นิดหน่อยน่าจะคุ้มกว่า การใช้ตู้ล็อคเกอร์มีให้เช่าหลายขนาด ราคาต่างกันนิดหน่อย เลือกล็อคเกอร์แล้วก็ไปที่คอลโทร กดปุ่มเลือกตู้ หยอดเงิน ปิดตู้ เขาจะมีสลิปพาสเวิร์ดมาให้สำหรับเปิดตู้ ซึ่งสะดวกสบายมาก ขากลับก็เพียงแต่มาเปิดตู้ด้วยพาสเวิร์ด ถ้าเกินเวลาก็จ่ายเงินเพิ่มรับของที่ฝากกลับไป ไม่ต้องแบกของเดินทางไปด้วย

การเดินทางไปน้ำพุร้อนเป่ยโถวนั้นไม่ยากครับ เพราะมีรถไฟฟ้าไปถึงสถานี Xinbeitou เลย รถไฟสายนี้เป็นรถไฟสายเฉพาะทาง เขาจึงตกแต่งรถไฟด้วยธีมน้ำพุร้อน

การเดินทางไปน้ำพุร้อนเป่ยโถวนั้นไม่ยากครับ เพราะมีรถไฟฟ้าไปถึงสถานี Xinbeitou เลย รถไฟสายนี้เป็นรถไฟสายเฉพาะทาง เขาจึงตกแต่งรถไฟด้วยธีมน้ำพุร้อน ก็ดูโอเคครับ ลงจากสถานีเดินต่อไปอีกหน่อยก็ถึงจุดหมายคือบ่อน้ำพุร้อนขนาดใหญ่ บ่อน้ำร้อนเป่ยโถวถือว่าบรรยากาศดีครับ เป็นเมืองตากอากาศ จึงเห็นโรงแรมที่มีน้ำจากน้ำพุร้อนบริการตลอดทางเดินขึ้นไป ถ้าสังเกตดีฝาท่อน้ำก็จะมีไอความร้อนระอุขึ้นมา ไต้หวันเคยถูกปกครองโดยญี่ปุ่นอยู่พักใหญ่ๆ จึงไม่แปลกที่วัฒนธรรมการแช่น้ำพุร้อนจะได้รับความนิยม แล้วการจัดภูมิทัศน์ของเขาก็มีความคล้ายคลึงกับญี่ปุ่น ช่วงที่เราไปเป็นช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน อากาศจึงยังอุ่นอยู่ไม่หนาวไม่ร้อน แดดร่มๆ เดินสนุก ดีที่ได้รองเท้าใหม่มา ใช้เวลาปรับตัวไม่นานก็ไปกันได้คล่อง ผมแนะนำว่าถ้ามาที่เป่ยโถวแล้วควรจะมีเวลาสำหรับแช่น้ำร้อนเสียหน่อย และอาจจะต้องเตรียมตัว เตรียมชุดไปสำหรับบ่อน้ำพุสาธารณะ

ส่วนสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งในบริเวณนั้นคือห้องสมุด Teipei Public Library สาขาเป่ยโถว จุดเด่นคือเป็นห้องสมุดไม้ที่ออกแบบได้สวยมาก แต่เสียดายวันที่เราไปเขาปิดบริการ ไม่แน่ใจว่าปิดซ่อมหรือเปล่า เพราะตอนไปก็ยังอยู่ในวันเวลาที่ให้บริการ เขาติดป้ายเป็นภาษาจีนที่หน้าประตู อ่านไม่ออกตามเคย 55 หลายคนที่เดินมาจะเข้าไปข้างในก็ผิดหวังกัน เราจึงได้แต่เดินดูอยู่ภายนอก ซึ่งงก็สวยดีครับ ถ้าได้เข้าไปน่าจะฟินกว่านี้

จากบ่อน้ำพุร้อนเราเดินทางไปยังทางตอนบนของไทเป จุดหมายที่สถานีรถไฟ Tamsui ที่นี่เป็นสถานที่เดินท่องเที่ยวบริเวณปากแม่น้ำตั๊นสุ่ย ดูพระอาทิตย์ตก ซึ่งเรามาไม่ทันพระอาทิตย์ตกครับ ช่วงห้าโมงกว่าจะหกโมงบรรยากาศจะเริ่มมืดแล้ว พระอาทิตย์หายไปจากขอบฟ้าอย่างรวดเร็ว เราเดินกินลมแม่น้ำ ดูหนุ่มสาวพลอดรัก นักดนตรีเปิดหมวก นักท่องเที่ยวเดินถ่ายรูป ที่จริงมีเรือข้ามฟากไปป้าหลี่ซึ่งอยู่ตรงข้ามตั๊นสุ่ยด้วย แต่เรามาเย็น เรือหมดตอนทุ่มนึง เดินริมน้ำที่มืดมิดพอสมควรแล้วเราเดินวกไปยังตลาดกลางคืน มีตลาดขายของให้เดินเล่น สำหรับคนที่ชอบสตรีทฟู้ด อาหารมีหลากหลายจริงๆ ครับ ปลาหมึกทอดเป็นตัวๆ แต่เวลาซื้อเราจะไม่ได้มาเป็นตัวนะครับ เขาหั่นมาให้ ที่ทอดอยู่บนแผงเหมือนเอาไว้ตกแต่งร้านเรียกลูกค้า 555 เราลองกินหอยย่างดู มีหอยให้เลือกมากเหมือนกัน ก็อร่อยดีครับ คุณภาพของเขาถือว่าใช้ได้ ส่วนคนที่ชอบลองของแปลกๆ เช่นน้ำกบ ที่นี่ก็มีให้ลอง รสชาติเป็นยังไงไม่สามารถบอกได้ครับ เพราะดูจากหน้าตาแล้วไม่น่าจะชอบแน่ๆ 555

สุดท้ายเรามาจบที่ร้านคราฟท์เบียร์เล็กๆ มีที่นั่งเป็นบาร์สำหรับห้าคน ยังไงพี่แกมาเปิดขายตรงนี้ได้ยังไง เบียร์มีทั้งแท็ปและขวด เบียร์ขวดส่วนใหญ่เป็นของไต้หวัน คนขายเป็นวัยรุ่น แต่ก็รู้เรื่องคราฟท์เบียร์ดีครับ อย่างน้อยรู้ว่ารสชาติแต่ละขวดเป็นยังไง สามารถแนะนำเราได้ เขาจะพยายามเน้นเราว่าขวดไหนขมมากน้อย และคาแรคเตอร์ของแต่ละขวดเป็นไงบ้าง ส่วนราคาก็ใกล้เคียงคราฟท์เบียร์ไทยครับ เรานั่งกินกันคนละสองขวด เพราะโปรโมชั่นคือห้าแถมหนึ่ง สามคนคนละสองขวดพอดีกำลังฟิน กินเบียร์แล้วยังไม่ดึกมาก เริ่มหิว ตอนแรกว่าจะหาอะไรกินแถวนั้นแล้วค่อยกลับ แต่ประชุมไปประชุมมาบอกว่าอยากกลับไปซ้ำร้านเนื้อย่าง NicoNico กล่าวคือยังคาใจกับโปรโมชั่นของร้านที่เราสั่งผิด เราจึงเดินกลับมาที่สถานีรถไฟเอาของที่ฝากไว้ในล็อกเกอร์

ข้อเสียของการดื่มเบียร์คือจะปวดปัสสาวะเร็วมาก ยิ่งอากาศเย็นนิดๆ นี่ตัวเร่งเลย เอาสิครับ นี่คือโลกจริงของการเดินทาง แต่เราไม่กังวลเลยเพราะที่สถานีรถไฟฟ้าแทบทุกแห่งมีบริการห้องน้ำ นี่คือสวรรค์สำหรับคนเดินทางต่างถิ่นอย่างเรา ที่ไม่ต้องการอะไรเลิศหรูนอกจากบริการสาธารณะที่เพียบพร้อม และห้องน้ำที่นี่ก็รักษาความสะอาดในระดับที่ยอมรับได้ครับ ถ้าลองนึกว่าเรานั่งรถไฟฟ้าในเมืองไทยสิครับ ถ้าเกิดปวดหนักปวดเบาเราจะทำยังไง ต้องเดินไปบอกพนักงานให้เปิดห้องน้ำ? แล้วคิดดูว่าต่อไปต้องเดินทางจากสถานีชานเมืองมาในเมืองใช้เวลาหลายชั่วโมง ผมคิดว่าเรื่องนี้คนกรุงเทพฯ ต้องสู้เพื่อให้เขาเปิดห้องน้ำสาธารณะในทุกๆ สถานีให้ได้นะครับ ค่าโดยสารก็เก็บแพงแสนแพง

เรากลับมาที่ใจกลางไทเป ย่านซีเหมินติงอีกครั้ง กินเนื้อย่างที่ร้าน NicoNico และสั่งอาหารได้ตามที่ต้องการ ปรากฏว่าประหยัดกว่ามากินครั้งแรกได้ถึงพันบาทเลยทีเดียว 55

คืนนนี้เราแยกย้ายกันเดินที่ย่านซีเหมินติง นกว่าจะไปหาของฝากให้คนทางบ้าน ผมกับหมูก็เช่นกัน พรุ่งนี้เราต้องเดินทางตั้งแต่เช้าไป จิ่วเฟิน (Jiufen) และค้างที่นั่นหนึ่งคืน ย้ายที่พักอีกครั้ง แต่เอากระเป๋าใบใหญ่ทิ้งเอาไว้ที่ Here There Hostel ว่าไปเหมือนวันนี้เดินเที่ยวน้อย แต่ก็เดินกันทั้งวันไม่มีหยุดเลย ความเพลียถั่งโถม กลางคืนหนาวเย็นขึ้น เราแวะซื้อเบียร์ที่ร้านแฟมิลี่มาร์ทก่อนเข้าห้องจัดกระเป๋าใบเล็กสำหรับเดินทางในวันพรุ่งนี้

 

ปล.ภาพถ่ายหลังจาก Beitou ไป Tamsui ไม่มีภาพนะครับ เนื่องจากฟิล์มหมด แล้วผมเปลี่ยนกระเป๋าไปมาจึงลืมติดฟิล์มมาสักม้วน น่าเขกหัวตัวเองจริงๆ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

Create a website or blog at WordPress.com

Up ↑

%d bloggers like this: